NC18 nasty animal sex story
posted on 03 Nov 2009 19:40 by peach69 in Storyผมถอนควยออกจากหีหมาที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยคราบโลหิตเปรอะเปื้อน
บางครั้งคนเราก็สามารถเย็ดหมาโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ.. กระนั้น มันไม่ได้ทำใ้ห้ผมรู้สึกดีแม้แต่นิด ซ้ำร้าย เมื่อทุกอย่างสิ้นสุดลงความรู้สึกที่หลงเหลืออยู่ก็กลับกลายเป็นสิ่งที่สมน้ำหน้าตัวเองได้อย่างจัง
หมาก็อยู่ส่วนหมา ผมก็อยู่ส่วนผม สิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นหากไม่มีเรื่องในวันนั้น...
สิ่งที่ผมกำลังจะกล่าวถึงคือ ผมกลับมาด้วยสภาพเมามาย ประสาทสัมผัสเลือนลาง เลือดสูบฉีดจนปวดหัวตึบๆ และอาการเมาเหวี่ยงอันเป็นปรกติของผม เมื่อลากสังขารตัวเองมาถึงที่บ้านผมพบว่าประตูมันล็อคอยู่ และกุญแจได้หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ผมปีนรั้วบ้านตัวเอง และตกลงมาชายโครงเสียบเข้ากับกิ่งไม้ลึกเข้าไปประมาณสองนิ้ว สาหัสเอาการอยู่ ถ้าไม่เมาผมคงกรีดร้องลั่นซอย ลงท้ายด้วยการที่น้องพาไปส่งโรงพยาบาล หากผมกดออดแต่แรกก็สิ้นเรื่องไปแล้ว
หลังจากนั้นทำให้ผมต้องเดินกะเผลกอยู่หลายเดือน วิ่งไม่ได้เพราะจะกระทบกระเทือน นั่งนานๆไม่ได้ เวลานอนต้องนอนตะแคง และที่แย่ที่สุด หมอสั่งห้ามกินเบียร์
นั่นไม่ใช่อุบัติเหตุครั้งเดียวของผม
จากวันนั้นผมเดินไปชนรถ กระดูกขาหัก เข้าเฝือก และยังมีที่ก้าวพลาดตกสะพานอีก
แต่นั่นไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ผมกล่าวข้างต้น
ผลปรากฎออกมาว่าไอ้แผลที่ชายโครงมันทรยศเกิดอักเสบขึ้นมา ทำให้ผมต้องไปทำแผลใหม่อีกครั้ง คราวนี้หมอผ่าออกมาดู พบว่ามีเศษไม้เป็นเสี้ยนตำอยู่บริเวณลำไส้เล็ก เป็นเหตุให้แผลติดเชื้อเป็นหนอง ตอนเปิดแผลออกมาผมถึงรู้ตัวว่ามันแย่กว่าที่คิด เนื่องจากผมไม่เคยต้องเย็บแผลอะไรมาก่อนจึงนึกว่านั่นเป็นเรื่องปรกติ ปล่อยไว้เนิ่นนาน จนมันแย่กว่าที่ควรจะเป็น
ผมออกจากโรงบาลคราวนี้ด้วยสภาพที่แ่ย่กว่าเก่า กินข้าวไม่ได้ ต้องนอนเฉยๆหยอดน้ำเกลือ
ช่วงสองสามวันแรกที่ออกจากโรงพยาบาลผมรู้สึกตัวว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าสงสารที่สุดในระบบสุริยะ ต้องมีคนคอยเช็ดตัว เก็บขี้เก็บเยี่ยว ผมทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากนอนให้มันพ้นๆไป เรื่องน่ายินดีที่มีขึ้นมาบ้างก็คงจะเป็นคนที่คอยมาเยี่ยมดูอาการ เอากระเช้าผลไม้มาให้ เอาซุปไก่มาฝาก บ้างหิ้วแสงโสมมา ซึ่งทั้งหมดนี้ผมแดกไม่ได้ซักกะอย่าง
แต่กำลังใจทั้งหมดนั้นก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์ซะทีเดียว ผมมารู้เอาทีหลังว่าถ้าบุคคลเหล่านี้ไม่มาเยี่ยมผมจะต้องทรมานกับอาการป่วยทางใจซึ่งหนักหนากว่าอาการป่วยของร่างกายหลายเท่านัก
เวลาสัปดาห์ผ่านไป ผมเริ่มมีอาการหงุดหงิดงุ่นง่านอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ถึงแม้จะช่วยเหลือตัวเองได้บ้างแล้ว แต่ผมกลับมีอารมณ์ฉุนเฉียวตลอดเวลา ไม่ว่าเรื่องเล็กน้อยอะไรก็ดูจะขวางหูขวางตาไปเสียหมด ผมเคยถึงขนาดพาลเอากับหลอดไฟที่เวลาเปิดแล้วมันกระพริบๆ ซึ่งจริงๆัมันก็กระพริบของมันแบบนั้นมาตั้งนานแล้ว แต่วันนั้นผมโมโหมาก หยิบเอาเก้าอี้เีขวี้ยงขึ้นไปที่เพดานเพื่อให้โดนหลอดไฟแตก แต่ผมลืมนึกถึงกฏแรงโ้น้มถ่วง ของอะไรที่มันถูกโยนขึ้นไปมันก็ต้องหล่นลงมา ทั้งเก้าอี้และเศษหลอดไฟจึงประเดประดังร่วงใส่ผมเป็นห่าฝน แขนขวาผมช้ำม่วงเขียวเพราะเอามือป้องเก้าอี้ที่ตกลงมา และทั่วร่างกายมีแผลจากเศษหลอดไฟ ซึ่งกว่าจะหายแม่งนานซักแปดปีได้(โม้)(แต่แผลจากหลอดไฟมันหายยากจริงๆ เพราะมันเคลือบสารอะไรซักอย่างที่จำเป็นต่อการส่องสว่างของหลอดไฟ แล้วสารนั้นมันทำให้แผลหายช้า)
ผ่านมาอีกระยะหนึ่งผมอารมณ์เย็นลงเยอะ แต่ไม่ใช่ว่าผมควบคุมจิตใจได้ มันเป็นเพราะผมเริ่มปลงเสียมากกว่า
แผลที่ชายโครงมันไม่มีวันหายซะแล้ว หนึ่งในกิจวัตรประจำวันคือการต้องแกะผ้าพันแผลเก่าออก ซับเลือด ล้างแผล ทาแอลกอฮอลล์ ใส่เบตาดีน แล้วก็ปิดแผลใหม่ ซึ่งวันรุ่งขึ้นก็จะมีเืลือดซึมออกมาอีก ไม่รู้ว่าที่ผมเป็นอย่างนี้เพราะดูแลตัวเองไม่ดี หรือเพราะหมอมันโง่กันแน่ ผมไม่อยากจะโทษใครเพราะคงไม่มีอะไรดีขึ้น ส่วนสภาพจิตใจนั้นเหนื่อยหน่าย เบื่อโลก บางทีคิดอยากจะถอดหัวออกแล้วไปเปลี่ยนใส่ร่างกายที่มันทนทานกว่านี้บ้าง จะให้ดีเอาร่างกายที่มีหัวใจแข็งแรงๆไปเลย ใจฝ่อๆเหี่ยวๆแบบนี้ไม่เอาแล้ว
แต่ในที่สุด แผลของผมก็หาย แม้ว่ามันจะนานจนผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ในที่สุด มันก็หาย
แม้ว่าแผลทางร่างกายของผมจะหายสนิทแล้ว แต่แผลทางจิตใจมันยังคงอยู่เหมือนเดิม ผมกลายเป็นคนที่มีอาการเศร้าซึมอยู่ตลอดเวลา ในหัวมีแต่เรื่องแย่ๆและความรู้สึกเบื่อหน่ายที่ตอกย้ำตัวเองอยู่เสมอ พฤติกรรมของผมเปลี่ยนไป ผมกลายเป็นคนไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ปล่อยเลยตามเลยในทุกสิ่ง หมดความกระตือรือร้น ส่งผลให้สิ่งที่ผมแตะต้องทุกอย่างกลายเป็นอันล้มเหลว
อาการจิตตกเหล่านี้ยังดำเนินต่อไป นั่นเป็นเรื่องราวของผม
ต่อไปเป็นเรื่องราวของหมา....