the gloom

posted on 02 Nov 2015 01:07 by peach69

ผมจะรู้สึกอะไรประมาณนี้เสมอ เมื่อกลับจากมิติมืดมน

ความรู้สึกเหมือนพึ่งตื่นจากฝันอันยาวนาน งัวเงีย ปรับตัวไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าที่ผ่านมานั้นเป็นอดีตหรือความฝันกันแน่ ไม่รู้ว่าตอนนี้ตื่นหรือหลับ

ความรู้สึกแบบนี้มันทำให้เซ็นเซอร์แห่งสำนึกความจริงสั่นคลอน บอกไม่ได้เลยว่าอะไรคือจริง อะไรคือมายา สำหรับผมแล้วมันก็รู้สึกจริงด้วยกันทั้งนั้น

มิติมืดมน มักจะปกคลุมด้วยหมอกหนาอยู่เสมอ อากาศชื้นจัด หายใจไม่เป็นปรกติ แต่ถ้าหากอยู่ไประยะหนึ่งแล้ว จะไม่รู้สึกว่าผิดปรกติอะไร และจะยึดถือความหม่นหมองอันขุ่นข้นนี้เป็นเรื่องธรรมดาสามัญ เราจะลืมว่าโลกภายนอกเป็นแบบไหน ลืมว่าตัวเองเป็นใคร ลืมไปว่านี่มันวันเวลาอะไร ถึงแม้โลกจะกำลังหมุนไป แต่เราไม่ได้เป็นส่วนนึงของโลกใบนั้น

อันที่จริงผมโหยหาความรู้สึกแบบนี้มานานมาก ผมต้องการสื่อกลางหลายสิ่งเพื่อจะเข้าไปในมิติมืดมน แต่สิ่่งเหล่านั้นล้วนหาได้ยาก ไม่ได้มีขายตาม 7-11 หรือโลตัส บิ๊กซี มันเลยเป็นโอกาสที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ รอบนี้ ผมเข้าไปอยู่ในมิติมืดมนรวมสองวันเต็ม เป็นเวลาที่มากพอที่จะทำให้ผมลืมโลก ลืมอดีต ลืมปัจจุบัน ลืมไปว่าอนาคตต้องพบเจอกับอะไร ซึ่่งข่าวร้ายที่สุดก็คือ เมื่อผมออกจากมิติ อนาคตมาถึงเร็วกว่าที่คิด

อนาคตเป็นสิ่งที่น่ากลัว ว่ากันว่า ความกลัวของคนเราจะเกิดขึ้นกับสิ่งที่อยู่ในอนาคตเท่านั้น ความกลัวล้วนก่อเกิดจากความวิตกหวาดหวั่นในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ไม่มีใครกลัวอะไรที่มันผ่านไปแล้ว มิติมืดมนจึงเป็นหนทางหนึ่งที่จะสลัดความกลัวทิ้งไปได้ชั่วขณะ แต่สุดท้ายแล้ว ความกลัวก็เป็นสิ่งที่ต้องเผชิญหน้าอยู่ดี

ณ เวลานี้ เวลาที่พึ่งผ่านมิติมืดมนมาหมาดๆ ตัวผมยังไม่ได้สติดี เหมือนการดื่มอย่างหนักและตื่นเช้ามาในวันที่ยังไม่สร่างเมา มันเป็นช่วงเวลาที่เราไม่มีพลังพอจะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้ ได้แต่ดื่มต่อไปเพื่อให้หลับลงอีกครั้ง

น่าเสียดาย ที่ผมไม่ได้ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ติดบ้านเอาไว้เลย

ฯลฯ

Comment

Comment:

Tweet