daydream

posted on 11 Jul 2015 15:50 by peach69 in Story
ผมนอนแช่ฟองสบู่อย่างสุขสบายอยู่ในอพาร์ทเมนต์ พลางนึกถึงเรื่องรื่นรมย์เมื่อวานซืน
 
ผมไปสวนสนุกมา เป็นครั้งแรกในรอบกี่ปีก็ไม่รู้ที่ไปสวนสนุก ผมมีความคิดโง่ๆว่าสวนสนุกมันสำหรับเด็กเท่านั้น คนโตๆกันแล้วไม่มีใครตื่นเต้นไปกับอะไรแบบนี้หรอก แต่เปล่าเลย มันเพลิดเพลินกว่าที่คิด ผมหัวเราะไปกับตัวตลกต่อขาเก้งก้าง ทำท่าบ้าๆบอๆกับลูกบอลที่โยนไปๆมาๆ ซือไอติมสายไหมเดินแทะไปพลาง เป็นความน่าอภิรมย์ที่ไม่ได้พบไม่ได้เห็นมานานแล้ว
 
สงสัยจะเป็นเพราะฟองสบู่ มันทำให้ผมนึกถึงสวนสนุกอีกครั้ง คงมีความเชื่อมโยงบางอย่างระหว่างสวนสนุกและฟองสบู่ น่าจะเป็นความลอยล่องชวนฝัน อะไรก็ตามที่ทำให้เราหลุดออกไปอีกโลกหนึ่ง โลกที่ไม่ถูกจำกัดด้วยกรอบของความจริง
 
ทันใดนั้น ประตูห้องน้ำผมก็เปิดออก และเทพธิดาแฟร์รี่ตนหนึ่งก็โผเข้ามาทางประตูนั้น
 
แวบแรกผมคิดไปเองว่าผมคงเมาฟองสบู่ ตาลาย เลยเอามือขยี้ตาดู ปรากฎว่าผมแสบตามากเพราะลืมไปว่ามือผมก็ชุ่มไปด้วยฟองสบู่เช่นกัน ผมทุกลักทุเลเปิดน้ำสะอาดล้างตา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพบว่าแฟร์รี่ยังยืนอยู่ มองดูสภาพทุลักทุเลอเน็จอนาจล่อนจ้อนของผมอย่างขบขัน
 
"อยู่ดีๆ เอาสบู่ไปล้างตาตัวเองทำไม" แฟร์รี่เอ่ยถามขึ้น
 
ผมไม่รู้จะตอบยังไง ไม่รู้ว่าควรอายอะไรมากกว่า ระหว่างการเอามือชุ่มสบู่ขยี้ตา หรือการที่ล่อนจ้อนต่อหน้าตัวอะไรก็ไม่รู้ 
 
"นี่คุณเป็นใคร.. หรือเป็นตัวอะไร แล้วเข้ามาในห้องน้ำนี่ได้ยังไงกันเนี่ย" ผมพยายามดึงสติ แต่พบว่ามันเป็นไปได้ยาก เมื่อมีแฟร์รี่มีปีกรุกล้ำสถานที่ส่วนตัวอย่างร้ายกาจ
 
"ฉันเป็นเอลฟ์ ไม่ใช่แฟร์รี่อย่างที่คุณคิด มีข้อแตกต่างหลายประการอยู่นะระหว่างเอลฟ์ กับ แฟร์รี่ ประการแรกเลยคือเอลฟ์จะโมโหมากเมื่อมีคนเข้าใจผิดว่าเป็นแฟร์รี่ เพราะฉะนั้นขอความกรุณา อย่าคิดว่าฉันเป็นแฟร์รี่อีก" 
 
"ผมจะไปรู้ได้ยังไงว่าใครเป็นเอลฟ์หรือแฟร์รี่ นั่นเพราะผมไม่เคยเจอตัวเป็นๆทั้งสองอย่าง ว่าแต่ เอ๊ะ! นี่คุณอ่านใจผมได้เหรอ" 
 
"ฉันไม่ได้อ่านใจของคุณ แต่ฉันอ่านสิ่งที่คุณกำลังพิมพ์ลงบนคีย์บอร์ด ฉันมีสายตาที่ไวมากนะ แค่เห็นการเคลื่อนไหวของมือฉันก็รู้แล้วว่าคุณกำลังพิมพ์อะไรอยู่"
 
ผมงงมาก ไม่รู้เธอพูดถึงเรื่องอะไรกัน ผมกำลังอาบน้ำอยู่ชัดๆ ผมจะมีคีย์บอร์ดได้ยังไง เมื่อกี๊ผมเพิ่งเอามือชุ่มสบู่ขยี้ตา และตอนนี้ ...เชี้ยยยยยยยยยย... คีย์บอร์ดมาอยู่ในมือผม เปียกน้ำชุ่มโชก แล้วมันจะพังมั้ยเนี่ย
 
"นี่คุณเล่นอะไรของคุณ เสกคีย์บอร์ดขึ้นมาทำไม ถ้ามันพังขึ้นมาใครจะซื้อใหม่ให้ผมเนี่ย" ผมโวย
 
"ถ้ามันพัง ฉันก็เสกได้ใหม่ เห็นแล้วว่าฉันเสกสิ่งของได้ไม่ใช่เหรอ" เอลฟ์ถามย้อนกลับอย่างกวนบาทา
 
"เอลฟ์ที่ไหนกันเสกสิ่งของได้ มีแต่แฟร์รี่ที่ทำแบบนั้นไม่ใช่เหรอ" ผมกวนบาทากลับบ้าง
 
"ฉัน บอก แล้ว ว่า อย่า เรียก ฉัน ว่า แฟร์รี่!"
 
ตูม!
 
อ่างน้ำผมระเบิดกระจาย ฟองสบู่เปรอะเปื้อนไปทั่ว ก๊อกน้ำแตกรั่วไหลเป็นน้ำพุ ผมลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่บนพื้น หมดสภาพยิ่งกว่าที่แล้วมา
 
"นี่คุณทำบ้าอะไร ห้องน้ำผมพังหมดแล้ว" ตอนนี้ผมไม่เข้าใจเอลฟ์แบบสุดๆ จุดประสงค์ของเธอคืออะไร บุกเข้ามาทำลายล้างการนอนฝันกลางวันท่ามกลางฟองสบู่ เสกคีย์บอร์ดขึ้นมาเปียกน้ำ และทำลายข้าวของผมเป็นว่าเล่น คงไม่มีอะไรทำให้ผมโมโหไปกว่านี้อีกแล้ว
 
"ฉันซ่อมมันได้ เรื่องแค่นี้ ฉันสามารถทำได้มากกว่านี้อีก" 
 
กล่าวจบ ห้องทั้งห้องก็หมุนเคว้ง ผมไปนั่งอยู่บนโซฟานุ่มสบายของห้องน้ำที่ตกแต่งอย่างหรูหรา มีอ่างน้ำวนที่น่าจะราคาแพง มีสวนในห้องน้ำ พื้นปูด้วยหินแกรนิต ด้านข้างมีน้ำตกที่ดูไม่ออกเลยว่าเป็นธรรมชาติหรือมนุษย์สร้างกันแน่ ขนาดชักโครกยังดูงดงามปานสลักขึ้นมาจากหินอ่อน
 
"นี่มันอะไรเนี่ย" ผมงงไปหมดและต้องการคำอธิบายอะไรซักอย่าง
 
"ห้องน้ำของคุณไง ฉันซ่อมมันได้ดีเลยใช่มั้ยล่ะ" เอลฟ์ว่า
 
"ก็ ดีมั้งครับ" ผมเริ่มหวั่นเกรงเธอขึ้นมาบ้าง นอกจากความเจ้าอารมณ์แล้วเธอมีพลังอำนาจอย่างไม่น่าเชื่อ
 
"สงบสติอารมณ์ซะ ทีนี้ตอบคำถามของฉันได้รึยัง"
 
"คำถามอะไร"
 
"อยู่ดีๆ เอาสบู่ไปล้างตาตัวเองทำไม"
 
ผมเพิ่งรู้ตัวว่า ตั้งแต่เธอมาผมเป็นฝ่ายยิงคำถามอย่างเดียวเลย โดยไม่ทักไม่ทายอะไรด้วยซ้ำ นับว่าค่อนข้างเป็นการเสียมารยาท แต่ในกรณีนี้ผมว่าควรข้ามเรื่องมารยาทไปเถอะ เธอเป็นฝ่ายบุกเข้ามาในห้องน้ำของผมก่อนต่างหาก
 
"ผมไม่ได้เอาสบู่ล้างตา แค่ขยี้ตาแล้วสบู่มันติดมือ" ผมตอบอย่างเสียไม่ได้
 
"เป็นการกระทำที่โง่มาก" เธอย้ำ
 
ผมอยากจะเถียงว่า การพังห้องน้ำคนอื่นแล้วซ่อม(อันที่จริงสภาพแบบนี้ไม่น่าใช้คำว่าซ่อม เรียกว่าเปลี่ยนใหม่เลยดีกว่า) ช่างเป็นการกระทำที่ฉลาดเสียจริงๆ แต่อีกใจหนึง สงบปากสงบคำไว้ดีกว่า
 
"ผมตอบคำถามคุณแล้ว ตกลงว่าคุณเอลฟ์ มาทำอะไรที่นี่ไม่ทราบครับ"
 
"นายช่างเป็นคนที่มากไปด้วยคำถามเสียจริงๆ ควรรู้ไว้นะ ว่ามนุษย์น่ะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ได้รับพรแห่งความสงสัยใคร่รู้ นั่นเป็นสิ่งที่ดี แต่การที่สงสัยแล้วไม่ทำอะไรเลย รอคอยคำตอบมันหล่นลงมาจากฟากฟ้านั่นไม่ใช่วิถีที่ควรเป็นหรอกนะ บรรพบุรุษของนายกี่สิบกี่ร้อยชั่วอายุคนได้ทำอะไรบ้าง เสียสละอะไรบ้าง เพื่อแลกมากับคำตอบที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นไอแซค กาลิเลโอ อาร์คิมีดีส นายควรเอาเยี่ยงอย่างพวกนั้นบ้าง"
 
"แล้วสำหรับคำตอบของคำถามนาย ที่ว่าฉันมาทำอะไรที่นี่ ช่างเป็นคำถามที่แสดงมุมมองอันคับแคบเสียจริงๆ ฟังนะ ฉันไม่ได้มาที่นี่ ฉันแค่มีความจำเป็นต้องผ่านทะลุห้องน้ำของนายไป แล้วบังเอิญเห็นคนเพี้ยนๆเอาสบู่ล้างตา เลยสงสัย ไม่มีอะไรมากกว่านั้น นายเองนั่นแหละที่ทำทุกอย่างให้เป็นเรื่องวุ่นวาย และกวนโมโหฉันอย่างจงใจ อันที่จริงฉันจะเสกนายให้กลายเป็นหนูไปเลยก็ได้ แต่ฉันเป็นเอลฟ์ที่มีเมตตา เกินกว่าที่จะทำอะไรโหดร้ายอย่างนั้น แม้ว่านายจะทำให้เสียเวลาอันมีค่าของฉันก็เถอะ"
 
หลังจากโดนเทศนาไปสองยกใหญ่ ผมยิ่งไม่เข้าใจ ว่าถ้าเวลาของนางมีค่ามากแล้วจะมาวุ่นวายกับห้องน้ำผมทำไมกัน
 
"นั่นเพราะบังเอิญว่าเวลาอันมีค่าของฉัน มันมีอยู่เหลือเฟือยยังไงล่ะ เทียบกับอายุขัยของเอลฟ์อย่างเราแล้ว เรื่องแค่นี้มันผ่านไปเร็วซะยิ่งกว่าพริบตาเดียว และฉันบอกนายแล้วนะ ว่าฉันเห็นว่านายพิมพ์อะไรบ้าง อย่านินทาฉันลงบนบล๊อกจะดีซะกว่า"
 
กล่าวจบ นางก็ถีบน้ำตกของผมพังเป็นรู แล้วมุดลอดออกไป โดยไม่กลับมาซ่อมอะไรให้กลับเป็นเหมือนเดิมอีกเลย
 
ฯลฯ
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet