Cannot be found

posted on 31 Aug 2009 19:55 by peach69  in Story
ผมย่างก้าวผ่านร่องรอยสายเก่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพียงเพื่อหาคำตอบให้ตัวเองให้ได้ว่าสิ่งที่ผมค้นหานั้นมันมีจริงหรือไม่

การที่ผมหามันไม่เจอ ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีอยู่จริง

กลับกัน หากมันไม่มีจริง ชาตินี้ผมก็คงหาไม่เจอ

ดังนั้น การที่ผมเฝ้าวนหาสิ่งที่ไม่รู้ว่ามีอยู่จริงหรือไม่นั้นจึงเป็นการกระทำีที่โง่เขลามาก และที่ผมกำลังเฝ้าหาอยู่นี้มันมีความเป็นไปได้เพียงสองอย่าง หนึ่งคือมันมีจริง เพียงแค่ผมหาไม่เจอ สองคือชาตินี้ให้ตายผมก็หาไม่เจอ เพราะมันไม่มีจริงตั้งแต่แรกแล้ว

ผมย่ำไปในทางที่เต็มไปด้วยฝุ่นโคลนเปียกแฉะ เจิ่งนองไปด้วยหยาดน้ำฝนที่พรำตกมาตั้งแต่แรก เท้าเปื่อยเน่าจมลึกลงไปถึงตาตุ่ม แต่ละย่างก้าวหนักหน่วงเหมือนใครเอาโซ่ตรวนมาล่ามเอาไว้ ขณะเดียวกันตายังสอดส่ายค้นหาลึกลงไปในโคลนเบื้องล่างนั่น

สองข้างทางเงียบสงัด บ้านเรือนรกร้างที่ถูกปิดตายมานานปีมันเริ่มเสื่อมโทรมลงไปตามกาลเวลา เสียงส่ำสัตว์ทั้งจิ้งหรีดแมลงหนูต่างๆเล็ดลอดออกมาบ่งบอกความเป็นเจ้าของในสิ่งก่อสร้างที่ถูกละทิ้งไปโดยผู้อาศัยดั้งเดิม ผมเชื่อว่าต่อให้รื้ออาคารทุกหลังลงมาจนเหลือแต่ฐานรากก็คงไม่เห็นมนุษย์หน้าไหนโผล่หัวออกมาในสถานที่แบบนี้

ความเงียบสงัดของสภาพแวดล้อมทำให้ผมรู้สึกวังเวงและเสียวสันหลังพิกลอยู่ แต่เมื่อในใจยังมีเรื่องอื่นที่ค้างคาความกลัวจึงเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมจะรู้สึกในตอนนี้ สายตายังคงเสาะหา เท้ายังก้าวเดิน สองมือช่วยคลำทางพลางไขว่คว้าไปยังเบื้องหน้า และผมก็เงยหน้าขึ้นมาตกใจกับสิ่งทีพบเห็น

กระจกใบใหญ่ตั้งขวางอยู่กลางถนน ผมสะดุ้งตกใจกลัวเงาของตัวเอง

สภาพของผมไม่ผิดกับผีตายซาก เสื้อผ้าขาดวิ่น มือเท้าเปื้อนเลอะไปด้วยโคลนตม เส้นผมรุงรังส่วนใบหน้า... มันเป็นแบบนั้นของมันอยู่แล้ว เพียงแค่สกปรกกว่าเดิม

ผมไม่มีความสงสัยในเรื่องที่ว่าใครมาเล่นอุตริเอากระจกใบใหญ่มาวางในที่ที่มันไม่ควรจะอยู่ จริงอยู่ นั่นเป็นเรื่องที่ควรสงสัย มันเป็นเรื่องประหลาดลำดับต้นๆที่ผมเคยเจอมาในชีวิต แต่ผมมีสิ่งที่สงสัยมากกว่า

นั่นคือสิ่งที่ผมกำลังหาอยู่รึเปล่า...

ผมไม่สามารถให้คำตอบกับตัวเองได้ ผมกำลังค้นหาสิ่งที่ไม่รู้ว่ามันมีอยู่จริงหรือไม่ ไม่รู้แม้กระทั่งด้วยว่าหน้าตามันเป็นแบบไหน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะไปหาที่ไหน ผมดั้นดนมาถึงนี่ด้วยคำกล่าวเพียงประโยคเดียว

"หากเจอเมื่อไหร่ ก็จะรู้เอง"

บัดนี้ผมเฝ้าสงสัยกระจกที่อยู่เบื้องหน้าผม ไอ้การเจอเมื่อไหร่จะรู้เองนี่มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างคลุมเครืออยู่ การรู้ได้เองที่่ว่านั้นก็ไม่รู้ว่าจะมาในลักษณะไหน อาจเป็นสิ่งแปลกประหลาดอย่างกระจกเบื้องหน้านี่ก็ได้

ผมมองลึกลงไปในกระจก สังเกตทุกรายละเอียดแม้กระทั่งร่องรอยแตกร้าวเพียงน้อยนิด หันมองทิวทัศน์ภายนอกแล้วเปรียบเทียบกับเงาในกระจก หาจุดผิดสังเกตทุกจุด ขอเพียงมีเบาะแสที่จะนำพาผมเดินทางต่อไปได้ไม่ว่ามันจะบ่งชี้ไปยังที่ใดก็ตาม

ผมจ้องมันอยู่นาน นานพอที่จะทำให้ผมเชื่อได้ว่านั่นคงไม่ใช่สิ่งที่ผมกำลังหาอยู่ ผมท้อแท้จนทำเรื่องโง่เขลาอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือผมถามกระจกเอาดื้อๆ

"ตกลงมึงใช่ป่าววะ"

ผมคาดหวังให้กระจกตอบกลับมาจริงๆ หากชีวิตมันง่ายแบบนั้นก็คงจะดีไ่ม่น้อย ผมยืนรอฟังคำตอบอยู่นานแสนนานแต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรตอบสนองกลับมา ภาพในกระจกยังคงมีแต่ผู้ชายที่มีสภาพไม่ต่างกับผีตายซาก มือเท้าเปื่อยสกปรกไปด้วยโคลนตม เสื้อผ้าขาดวิ่น ผมเผ้ากระเซิง หน้าตา... มันเป็นของมันแบบนั้นอยู่แล้ว เพียงแค่สกปรกกว่าเดิม

ผมเฝ้ามองมันอีกสักพักหนึ่งแล้วหันหลังกลับเดินออกจากสถานที่นั่น พร้อมกับละทิ้งความตั้งใจที่จะค้นหาสิ่งนั้นอีกต่อไป

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

big smile เมื่อเลิกค้นหาแล้วจะทำอะไรต่อ
ทุกๆวันจะดำเนินต่อไปเพื่อสิ่งใด? คิดเผื่อไว้หรือยังคะbig smile

#1 By ป้าหมู on 2009-08-31 20:58

เหนื่อยนัก..ก็พักเสียหน่อย
แล้วค่อยว่ากันใหม่...

บางคนบอกว่า ชีวิตคือการค้นหา
แต่ฉันว่า ไม่ใช่หรอก
ถ้าการค้นหานั้นมันทำให้เราเป็นทุกข์นัก

มีความสุขและสนุกกับชีวิตดีกว่า

แต่..หากคุณจะเลิกค้นหาจริงๆ
ก็อย่าได้เสียใจที่ได้เลิกไปนะคะ
เพราะไม่เช่นนั้น คุณก็จะยังไม่มีความสุขอยู่ดี

#2 By cherrykids on 2009-09-01 10:13

ไม่อยากให้รื้ออาคารเก่า ๆ เลย เพราะว่าอันตรายมาก

#3 By รื้ออาคาร (58.8.127.47) on 2009-10-17 19:11

Share/Save/Bookmark