โรงพยาบาลนั้นอันที่จริงเป็นสถานที่เหี้ยๆแห่งหนึ่ง สถานที่ที่ชีวิตคนถูกประเมินค่าเป็นตัวเงิน และอัดแน่นไปด้วยบุคคลสองประเภท
ประเภทแรกคือไอ้หน้าสัตว์ที่เรียกตัวเิองว่าหมอ แม่งคิดว่าตัวเองสูงส่งมากที่รักษาผู้คน แต่ไม่เลย จิตใจมึงต่ำช้าเยี่ยงหมา
เมื่อวานซืนไอ้ต๋งเดินชนป้ายหัวแตก มันเดินมาให้กูดูแผลซึ่งท่าทางจะต้องเย็บ มันเลยพากูไปโรงบาลด้วยเผื่อว่าอาจจะต้องยืมตังค่าเย็บแผล
ที่ว่าพากูไปโรงบาลกูหมายถึงแบบนั้นจริงๆ มันเป็นคนขับมอไซ กูซ้อนไป (ทั้งๆที่มันเป็นคนหัวแตก) พอไปถึงมันก็ไปติดต่อที่เคาน์เตอร์ กรอกข้อมูล เหี้ยอะไรตามขั้นตอนจนกระทั่งหาหมอจ่ายตัง ส่วนกูไปถึงก็นั่งดูทีวีรอจนเสร็จแล้วก็กลับ
เรื่องที่ตลกมากก็คือ สภาพมันก่อนเข้าไปและตอนกลับออกมาจากห้องฉุกเฉินนั้นเหมือนกันเด๊ะ แผลมันไม่ได้ถูกเย็บ ไม่ได้ทำเหี้ยอะไรทั้งสิ้น ไม่มีแม้แต่ผ้าปิดแผลด้วยซ้ำ และโดนฟันค่าหมอไป 70 บาท ถามว่าหมอทำเหี้ยอะไรกับมึง มันบอกว่าแค่แหวกๆหัวมันดูแล้วบอกว่า แค่นี้ไม่ต้องเย็บ แล้วส่งให้พยาบาลทำแผล พยาบาลถามหมอถึงสองรอบว่าไม่ต้องเย็บแน่นะ หมอบอกไม่ต้อง
ตอนบ่ายมันไปส่งงานที่คณะ เลือดมันซึม พี่นุชเลยต้องพามันไปเย็บแผลที่โรงบาลเอกชน
หมอมันเหี้ยแค่ไหน โรงบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเีกียรติมันเหี้ยมาก กูได้ยินกิตติศัพท์มานักต่อนัก เรื่องนี้นี่กูเห็นมาด้วยตัวเองกูว่าจัญไรกว่าที่เคยได้ยินมาซะอีก
บุคคลประเภทที่สองกูไม่รู้จะพูดถึงใครดี ระหว่างคนไข้ กับคนเฝ้าไข้ สองประเภทนี้มันน่าสมเพชพอกัน
ครั้งหนึ่งกูเคยต้องไปนั่งแกร่วในโรงบาล ซึ่งอันที่จริงทุกครั้งที่กูไปโรงบาลไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรกูจะมีความรู้สึกแปลกๆกลับมาด้วยเสมอ
ตอนนั้นกูไปเจอผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนเตียงคนไข้ น้ำตาซึม และกำลังรอใครซักคน
กูคาดว่าตอนยังไม่ป่วยผู้หญิงคนนั้นคงเป็นคนที่สวยคนนึง แต่สภาพตอนนั้นเหมือนกำลังหมดอาลัยตายอยากกับชีวิต
กูคิดเพ้อเจ้อไปอีกว่า ก่อนหน้านันผู้หญิงคนนั้นคงเป็นคนเอาจริงเอาจัง มีหน้าที่การงานที่ดี แล้วอยู่มาวันหนึ่งเธอเพิ่งรู้ตัวว่าเป็นโรคร้าย แล้วหลังจากนั้นทุกอย่างที่เคยเป็นชีวิตของเธอก็หายไป วันเวลาที่เหลือจบอยู่ที่โรงบาล อยุ่กับชุดคนไข้ เตียง ยา และสายน้ำเกลือ
โรงพยาบาลมันเป็นสถานที่ที่ทำให้กูรู้สึกแบบนั้น
อีกเรื่องนึงที่ไม่เกี่ยวกันคือช่วงนี้กูได้มีโอกาสไปโรงบาลศิริราชบ่อยๆ
กูพบว่ามันเป็นสถานที่ที่กูรู้สึกอีกแบบนึง
เนื่องเพราะกูไม่เคยเจอตึกสูงที่สร้างติดกันโดยไม่ต้องเว้น set back ตามกฎหมายไทย กูไม่รู้เพราะอะไรโรงบาลศิริราชถึงทำได้ ตึกสูงปลูกติดกันแน่นขนัด และใกล้กันจนกูแทบจะกระโดดจากตึกนึงไปอีกตึกได้ และยังมีสภาพที่ตึกใหม่เชื่อมต่อกับตึกเก่าอีก เป็นความรู้สึกแปลกๆอีกแบบนึง
เห็นแบบนั้นแล้วกูอยากเป็นสไปเดอร์แมน แล้วลองกระโดนโหนในเล่นๆในนั้นดู
อีกอย่างที่มันแปลกกว่าคือ มันมีนักศึกษาแพทย์เดินกันขวักไขว่อยู่ด้วย เห็นน้องหลายคนน่ารักๆกูก็รู้สึกดีกับโรงบาลขึ้นมาบ้าง กูรู้สึกว่ามันเป็นย่านชุมชนมากกว่าโรงบาล มีs&p แล้วก็มีตลาดนัดด้วย มันดูมีชีวิตมากขึ้น ถ้ากูเป็นผู้ป่วยก็คงอยากอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้มากกว่าโรงบาลใหม่ๆ ทันสมัย หรูๆ แต่แห้งแล้ง
ด้วยเหตุนี้ล่ะครับ
ผมถึงชอบไปโรงบาล ฮ่าๆ
#1 By น้ามชา on 2009-02-21 09:20