หนมปังสังขยา
posted on 13 Jan 2009 08:18 by peach69 in Story
เมื่อขนมปังในจานหมดลงไอ้เชี่ยเต้ก็เริ่มบ่น
"เหี้ย แดกไปจนหมดละยังรู้สึกอยากแดกอีกอยู่เลยว่ะ"
"จะเอาอีกจานมั้ย"
ผู้ร่วมวงสนทนาพูดแทรกขึ้น "นี่มึงจะยังแดกอีกเหรอ"
"กูก็ไม่ได้อยากแดกหรอก ดูดิแดกไปมีเหี้ยอะไรมั่ง"
"หนมปังก็แป้ง สังขยาก็น้ำตาล นม เนย แดกไปก็อ้วน ดึกแล้วก็ยังจะแดกอีก"
"แล้วก็เสือกไม่สั่งมาทีเดียวตั้งแต่แรก รู้ทั้งรู้ว่าแดกจานเดียวแล้วก็ต้องต่ออีกจาน"
"สัด จะแดกเหี้ยอะไรกันนักกันหนา"
"พี่ครับ หนมปังสังขยาจาน"
ผู้ร่วมโต๊ะอดถามไม่ได้ "มึงบ่นตั้งมากมายแล้วมึงก็สั่งอีกจาน"
"อ่าวไอ้เหี้ย กูบ่นแล้วกูก็ต้องได้แดกดิวะ การบ่นก็คือมึงยอมรับความจริงแล้ว มึงยอมรับแล้วว่ามึงต้องแดก มึงก็เลยบ่น"
ผมรู้สึกว่าช่างเป็นคำกล่าวที่ชาญฉลาด การบ่นคือการยอมรับความจริง ในสถานการณ์แบบนี้ไม่มีใครบ่นเพื่อเตือนตัวเองกันหรอก เพียงแค่สักแต่ว่าได้บ่นเท่านั้นแหละ
วันนี้ตอนเจ็ดโมงไอ้บุ๊คก็ทำหน้าตาสดชื่นขึ้นมาที่ห้อง
"อากาศโคตรเย็นเลย มึงลองเปิดประตูดิ" พูดพลางเปิดประตูไปด้วย
หลังจากนั้นมันก็เริ่มบ่นว่าอากาศเย็นๆแบบนี้ ตื่นขึ้นมาเช้าๆแบบนี้น่าจะทำอะไรซักอย่าง แต่ก็ไม่ทำเหี้ยอะไร ทั้งๆที่กำลังคิดว่าจะไปวิ่งจนป่านนี้ก็ยังไม่ได้วิ่ง การวิ่งจะทำให้สดชื่น หายใจปลอดโปร่ง แต่กลับมานั่งนำลายยืดฆ่าเวลาไปเฉยๆ
บ่นไปสุดท้ายก็ไม่ได้ทำอยู่ดี
"การบ่นก็คือการยอมรับความจริง ที่มึงนั่งบ่นอย่างงี้เพราะมึงยอมรับแล้วว่ามึงจะไม่ไปไหน"
มันไม่ได้สนใจคำพูดผมหรอก ก็ยังบ่นต่อไปเรื่อยๆ แต่ผมเห็นด้วยกับประโยคนี้จริงๆ
"เหี้ย แดกไปจนหมดละยังรู้สึกอยากแดกอีกอยู่เลยว่ะ"
"จะเอาอีกจานมั้ย"
ผู้ร่วมวงสนทนาพูดแทรกขึ้น "นี่มึงจะยังแดกอีกเหรอ"
"กูก็ไม่ได้อยากแดกหรอก ดูดิแดกไปมีเหี้ยอะไรมั่ง"
"หนมปังก็แป้ง สังขยาก็น้ำตาล นม เนย แดกไปก็อ้วน ดึกแล้วก็ยังจะแดกอีก"
"แล้วก็เสือกไม่สั่งมาทีเดียวตั้งแต่แรก รู้ทั้งรู้ว่าแดกจานเดียวแล้วก็ต้องต่ออีกจาน"
"สัด จะแดกเหี้ยอะไรกันนักกันหนา"
"พี่ครับ หนมปังสังขยาจาน"
ผู้ร่วมโต๊ะอดถามไม่ได้ "มึงบ่นตั้งมากมายแล้วมึงก็สั่งอีกจาน"
"อ่าวไอ้เหี้ย กูบ่นแล้วกูก็ต้องได้แดกดิวะ การบ่นก็คือมึงยอมรับความจริงแล้ว มึงยอมรับแล้วว่ามึงต้องแดก มึงก็เลยบ่น"
ผมรู้สึกว่าช่างเป็นคำกล่าวที่ชาญฉลาด การบ่นคือการยอมรับความจริง ในสถานการณ์แบบนี้ไม่มีใครบ่นเพื่อเตือนตัวเองกันหรอก เพียงแค่สักแต่ว่าได้บ่นเท่านั้นแหละ
วันนี้ตอนเจ็ดโมงไอ้บุ๊คก็ทำหน้าตาสดชื่นขึ้นมาที่ห้อง
"อากาศโคตรเย็นเลย มึงลองเปิดประตูดิ" พูดพลางเปิดประตูไปด้วย
หลังจากนั้นมันก็เริ่มบ่นว่าอากาศเย็นๆแบบนี้ ตื่นขึ้นมาเช้าๆแบบนี้น่าจะทำอะไรซักอย่าง แต่ก็ไม่ทำเหี้ยอะไร ทั้งๆที่กำลังคิดว่าจะไปวิ่งจนป่านนี้ก็ยังไม่ได้วิ่ง การวิ่งจะทำให้สดชื่น หายใจปลอดโปร่ง แต่กลับมานั่งนำลายยืดฆ่าเวลาไปเฉยๆ
บ่นไปสุดท้ายก็ไม่ได้ทำอยู่ดี
"การบ่นก็คือการยอมรับความจริง ที่มึงนั่งบ่นอย่างงี้เพราะมึงยอมรับแล้วว่ามึงจะไม่ไปไหน"
มันไม่ได้สนใจคำพูดผมหรอก ก็ยังบ่นต่อไปเรื่อยๆ แต่ผมเห็นด้วยกับประโยคนี้จริงๆ
ล้ำลึกจริงๆ ในสถานการณ์ที่ต้องจำใจยอมรับคนเราก็คงต้องหาอะไรมาอุดความจำใจนั้น
#1 By เป็ดโง่ผจญภัย!!! on 2009-01-13 08:26