ฉลาดขึ้น/โง่ลง
posted on 05 Jun 2008 23:12 by peach69 in Critiqueระหว่างนั่งซุ่มโป่ง แอบอ่าน entry hotpost ตามชีวิตปรกติของผม
ผมไปสะดุดเข้ากับ entry หนึ่งอย่างจริงจังมาก เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่ผมรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากเมื่ออ่าน entry ดีๆมีประโยชน์
ไม่ใช่เพราะมันไม่มีประโยชน์ แต่เพราะเป็น entry ที่ผมอ่านแล้วรู้สึกโง่ลง
ก่อนที่ผมจะอธิบายอะไรไปมากกว่านี้ ขอให้ไปอ่านต้นฉบับก่อนครับ
http://icedlatte.exteen.com/20080509/fool-coffee-kiosk
โปรดทำความเข้าใจก่อนว่าที่ผมเขียนพาดพิงถึง entry นี้ ผมเขียนโดยไม่ได้มีเจตนาโจมตีแต่อย่างใดนะครับ
blog นี้เป็น blog ที่ดีเลยทีเดียว เนื้อหาต่อเนื่องกันดีและค่อนข้างลึก (ไม่งั้นผมคงไม่อ่านหรอก)
แต่ที่ผมรู้สึกหงุดหงิดนั้นมันเป็นความเหี้ยของผมเองที่ไม่อยากยอมรับว่าตัวเองโง่มากที่โดนหลอกมาโดยตลอด
อันที่จริงแล้วผมก็เป็นคนชอบดื่มกาแฟอยู่บ้าง แต่ผมเป็นคนลิ้นจรเข้ ผมจึงแยกความแตกต่างของกาแฟแต่ละชนิดไม่ออก แต่อย่างน้อยก็รู้แหละว่ากาแฟกระป๋องมันต่างกับเนสกาแฟยังไง
โดยปรกติผมมีความชื่นชอบต่อกาแฟลาเต้เป็นพิเศษ แน่นอนว่าผมไม่ใช่คนประเภทที่ไปนั่งสตาร์บัคส์ เพียงแค่เดินออกไปปากซอยซื้อกาแฟจากซุ้มหัวมุมแก้วละยี่สิบบาท นั่นก็เป็นสิ่งเหลือบ่ากว่าแรงที่คนขี้เกียจอย่างผมจะกระทำในวันหนึ่ง
และผมเชื่อมั่นในกาแฟลาเต้ปากซอยมาโดยตลอด จนกระทั่งอ่าน entry นี้
แน่นอนว่า entry นี้บริสุทธิ์ไร้ความผิด จริงๆแล้วมันถูกเสียอีก ถูกเสียจนทำให้ผมรู้สึกตะขิดตะขวงใจที่จะกลับไปซื้อกาแฟร้านประจำได้ มันถูกเสียกระทั่งทำให้ผมอยากเปลี่ยนตัวเองไปศึกษาเรื่องกาแฟอย่างจริงจัง แล้วถ่อสังขารไปนั่งจิบกาแฟร้านสตาร์บัคส์แก้วละร้อยกว่าบาท โดยที่ผมไม่รู้สึกเสียดายตังแม้แต่น้อย
นั่นเพราะอะไร เพราะนั่นเป็นเครื่องแสดงถึงการได้รับการศึกษามาอย่างดี (well-educate) เพียงแค่ผมนั่งในสตาร์บัคส์มันก็แยกผมออกจากการกินกาแฟทั่วไป เข้าสู่การกินกาแฟแบบได้รับการศึกษา
อธิบายในแง่นี้อาจฟังดูกระแดะ แต่พอเอาเข้าจริงๆผมเชื่อว่าลิ้นคนเราสามารถพัฒนาได้ หากผมได้รับทฤษฎีของการกินกาแฟที่ถูกต้อง แรกๆผมอาจแยกแยะความแตกต่างไม่ออก แต่นานวันเข้าคนเรามันก็รู้กันบ้างแหละว่าของดีเป็นยังไง
หากวิเคราะห์ให้ลึกเข้าไปอีก ก็ต้องเริ่มตั้งแต่นิยามว่าอะไรคือ"ของดี" และ "ของห่วย" นั่นคือบรรทัดฐานในการประเมินคุณค่าของกาแฟ
และจุดนี้แหละ ที่เป็น "มายาคติ" หรือเป็นค่านิยมที่ถูกสร้าง
เนื่องจากผมออกจะเป็นพวกโพสต์โมเดิร์นแบบพันธุ์ทางหน่อยๆ ผมจึงมีความเชื่อว่าบรรทัดฐานต่างๆในโลกนี้ล้วนไม่มีจริง ความอร่อย ไม่อร่อย นอกจากจะรับรู้ด้วยลิ้นแล้วยังรับรู้ด้วยการหล่อหลอมอีกทางหนึ่ง
ถั่วหมัก ทุเรียน กิมจิ บุหรี่ เหล้า กาแฟ เหล่านี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่อธิบายการกินที่แตกต่างกันในแต่ละวัฒนธรรม
ที่ผมอ้างสิ่งต่างๆเหล่านี้คือผมกำลังจะบอกว่าหากเกิดมีวัฒนธรรมหนึ่ง เป็นบ้าเป็นบออะไรก็ไม่รู้ชอบกินกาแฟผสมน้ำล้างตีน หากผสมน้ำล้างตีนได้ถูกต้องตามสัดส่วนเท่าไหร่กาแฟยิ่งอร่อยมากขึ้นเท่านั้น ... นั่นเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ หากวัฒนธรรมนั้นๆถูกหล่อหลอมมาแบบนั้น อาจด้วยความผิดพิเรนอะไรซักอย่างเช่น สองพันปีก่อนมีเทวราชาที่ชอบดื่มกาแฟผสมน้ำล้างตีน ท่านสั่งสอนลูกหลานให้ดื่มกาแฟผสมน้ำล้างตีนแล้วจะมีบารมียิ่งใหญ่เยี่ยงท่าน ฯลฯ สังคมนั้นจึงมีค่านิยมแบบนี้เป็นต้นมา ... ก็เป็นได้
กลับมาที่กาแฟซุ้มปากซอย เป็นไปได้ไหม ที่วัฒนธรรมแถวบ้านผม(ผมไม่ได้บอกว่าวัฒนธรรมไทยนะ)ถูกหล่อหลอมว่ากาแฟแบบนี้อร่อยที่สุดในโลก ต้องหวานเจี้ยบแบบนี้ ใส่นมเยอะๆแบบนี้ กลิ่นไม่ต้องเนี๊ยบมาก นี่แหละสุดยอดแล้ว ต้องเจ้าปากซอยนี้เท่านั้น ปากซอยอื่นก็ไม่อร่อยเท่า สตาร์บ้งสตาร์บัคส์อะไรไม่รู้จัก
พอคิดแบบนี้แล้วผมก็โล่งใจมากขึ้นเป็นกอง เพราะผมไม่ต้องถ่อไปร้านสตาร์บัคส์ ไม่ต้องนั่งทำท่าฉลาด ไม่ต้องจ่ายแพงแก้วละร้อยกว่า แต่ผมก็ได้กินกาแฟอร่อยที่สุดในโลก โดยที่ผมไม่ต้องได้รับการ educate ใดๆทั้งสิ้น
ฉะนั้น ผมจึงเขียน entry นี้เพื่อที่ตัวเองจะได้กลับไปกินกาแฟเจ้าเก่าได้อย่างสบายใจอีกครั้ง ;p
=================================================================
หมายเหตุแรก : หากรู้สึกว่าสิ่งที่ได้อ่านมาก็ปวดหัวมากพอแล้ว ขอให้หยุดการอ่านแต่เพียงเท่านี้ แล้วไปนั่งจิบกาแฟแบบโพสต์โมเดิร์นได้เต็มภาคภูมิ เพราะท่านได้รับการ educate หรืออีกนัยหนึ่งคือล้างสมองโดยคนบ้าคนนี้เรียบร้อยแล้ว สามารถนั่งทำเท่ตามซุ้มกาแฟปากซอยได้โดยตำรวจไม่จับ
หมายเหตุที่สอง : กรณีศึกษาเรื่องกาแฟนี้ผมมุ่งเน้นประเด็นไปที่การให้การศึกษาเพื่อสร้างค่านิยม เป็นที่สังเกตว่าการใด้รับการศึกษาไม่ได้ทำให้ฉลาดขึ้นเสมอไป แต่กลับทำให้โง่ลงได้ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริงในสังคมไทยเมื่อได้รับอิทธิพลจากการศึกษาแบบตะวันตก แต่ผมจะไม่กล่าวเรื่องหนักๆแบบนี้เพราะผมไม่รู้จริง เพียงแค่เกริ่นทิ้งไว้ในหมายเหตุก็ทำให้ผมดูฉลาดขึ้นมาอีกมากโขแล้ว
หมายเหตุที่สาม : หากท่านใดที่ดื่มสตาร์บัคส์เป็นประจำอยู่แล้ว เสือกเชื่อผมขึ้นมาหันไปดื่มกาแฟผสมน้ำล้างตีน นั่นก็เป็นความโง่ส่วนบุคคลของท่านเอง ผมทำได้เพียงอนุโมทนาสมน้ำหน้าไปด้วยอีกแรง
อ่านแล้วสบายจายยย

จะเขียนโชว์โง่ให้คนอื่นเค้ารู้กันไปทำไม
#1 By 609 on 2008-06-06 00:20