เช้าวันนี้ผมออกมาทำงานโดยลืมใส่เสื้อผ้าออกมาด้วย
ผมไม่ได้สวมเสื้อ สวมกางเกง รวมถึงกางเกงใน ไม่มีแม้แต่ผ้าผืนเล็กน้อยเพื่อปิดอวัยวะส่วนใดทั้งสิ้น
ระหว่างนั่งในรถประจำทางผมเพียงแต่ภาวนาให้ทุกคนหลับกันหมดและไม่ทันสังเกตุ
แต่กระนั้นยังมีผู้หญิงเบาะหน้าชำเลืองด้วยหางตามาเป็นระยะ
เมื่อถึงที่ทำงาน
ผมพยายามทำตัวให้เป็นปรกติ ทักทายเพื่อนร่วมงานตามมารยาทแล้วดิ่งตรงเข้าห้องทำงานทันที
อาจเพราะเป็นช่วงงานเร่งด่วน จึงไม่ค่อยมีใครสนใจใคร ผมเก็บตัวในห้องทำงานได้อย่างปลอดภัยจนกระทั่งช่วงบ่าย
หลังจากสั่งอาหารกล่องเข้ามาส่งที่ห้องทำงาน ผมต้องเผชิญปัญหาหนักอีกอย่างหนึ่ง
ผมต้องรายงานความคืบหน้าในที่ประชุมเวลาบ่ายสองต่อหน้าคณะกรรมการหลายท่าน
ทั้งๆที่ผมยังล่อนจ้อนอยู่แบบนี้
ระหว่างการประชุม ผมพยายามพูดให้ตรงประเด็น เน้นเรื่องงานมากที่สุด
ผู้เข้าร่วมประชุมก็ค่อนข้างรักษามารยาท ยังไม่มีใครท้วงติงเรื่องการ(ไม่)แต่งกายของผม
แต่กระนั้น คณะกรรมการก็พยายามค่อนแคะ แม้แต่ในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับงาน
แม้แต่ลูกน้องของผมก็ขาดความยำเกรง วิจารณ์รายงานของผมอย่างซึ่งๆหน้า
สิ่งที่ผมไม่พอใจมากที่สุดก็คือ ทุกคนแม้จะเห็นๆกันอยู่ว่าผมล่อนจ้อนไม่สุภาพ แต่ก็ไม่มีใครพูดกันตรงๆ แต่กลับพกพาความไม่พอใจในเรื่องนี้มาลงที่งานของผม
หลังจบประชุม ผมไม่อยากจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไร้ซึ่งความจริงใจเช่นนี้ ผมจึงขอลากลับก่อนเวลา
ผมแวะห้างสรรพสินค้าก่อนกลับบ้าน หวังที่จะปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น
แต่แล้วกลับยิ่งสร้างความไม่พอใจมากขึ้นไปอีก
ตั้งแต่พนักงานเปิดประตูห้างที่มองผมด้วยสายตาดูถูก
จนถึงพนักงานเสิร์ฟร้านอาหารที่เอาแต่หลบสายตาเวลาผมจะสั่งอาหาร
แม้กระทั่งลูกค้าที่เดินในห้าง มีบางคนที่ถึงขนาดซุบซิบวิจารณ์มาทางผมต่อหน้าต่อตา
ผมเข้าใจว่าการที่ผมเดินล่อนจ้อนโดยไม่สวมใส่เสื้อผ้านั้นเป็นสิ่งไม่สมควร แต่ทำอย่างไรได้ล่ะ ผมเองก็ไม่ได้อยากล่อนจ้อนแบบนี้
ตอนนี้ผมไม่อยากทำอะไรทั้งสิ้นแล้ว ขอเพียงกลับบ้านโดยเร็วที่สุดก็พอ
ผมกลับมาที่บ้านเวลาอาหารเย็น
ผมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนั่งทานข้าวกับครอบครัวอย่างไม่ค่อยมีความสุขนัก
ผมเอ่ยขึ้นมาเปรยๆว่า "เฮ่อ.. วันนี้แย่จริงๆ"
.......
เงียบกริบ
แม้แต่คนในครอบครัวของผมก็ยังรู้สึกละอายจนไม่อยากจะพูดด้วย
ณ เวลานี้ผมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ผมไม่น่าทำอะไรที่เสื่อมเสียถึงครอบครัวเลย
ผมต้องการอธิบายทุกอย่างจึงกล่าวทำลายความเงียบขึ้น "ผมเข้าใจครับว่าวันนี้ผมทำให้ทุกคนละอายในตัวผม มันเป็นความสะเพร่าอย่างเลวร้ายมากที่ผมลืมสวมใส่เสื้อผ้าไปทำงานในวันนี้ แต่ถึงอย่างนั้น ผมคิดว่าวันนี้ผมเองได้รับการตอบแทนอย่างสาสมแล้ว สิ่งที่ผมต้องการมากที่สุดในตอนนี้คือกำลังใจของครอบครัว ฉะนั้นขอให้ทุกคนเห็นใจและเข้าใจผมด้วย"
แต่ผมกลับได้รับคำตอบที่ช็อคพอสมควร
"อ้าว ตอนออกไปก็เห็นแต่งตัวเรียบร้อยดีนี่!"