"สวัสดีครับ มีคนฝากมาถามว่าช่วงนี้บล๊อกมึงเป็นเหี้ยอะไร ทำไมนอยชิบหาย"
...."คือกูเขียนเหี้ยอะไรไม่ออกเลยครับ"
"แล้วที่มึงเขี่ยๆออกมานี่ล่ะครับ"
...."นั่นกูดันทุรังว่ะครับ ก็รู้ตัวอยู่หรอกว่ามันแป๊ก แต่ทำไงได้ยิ่งไม่เขียนก็ยิ่งไม่ออก หากมีใครผ่านมาอ่านก็ทำใจไว้ก่อนครับว่าตอนนี้อยู่ในช่วงขาลงอย่างรุนแรง ไม่มีอะไรดีๆให้อ่านหรอก แม้แต่อะไรเหี้ยๆก็ไม่มีเหมือนกัน"
"ถ้ามีคนอ่านนะ"
...."ครับ ถ้ายังมีคนอ่าน อันที่จริงกูก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายหรอกครับ ไม่น่าเชื่อด้วยซ้ำว่าบล๊อกนี้กำลังจะเข้าสู่ปีที่สามแล้ว เขียนไปก็สองร้อยกว่าentry ดีมั่ง เลวมั่ง มั่วมั่ง ตั้งใจเขียนมั่ง ไม่ตั้งใจเขียนมั่ง เมามาเขียนก็มี แต่ไม่เคยหมดมุขยาวนานขนาดนี้มาก่อน"
"อ่าว แล้วเรื่องสถุนๆ เลวๆ หยาบคาย ไม่เอามาเล่นอีกล่ะครับ ชอบไม่ใช่เหรอ"
...."กูไม่ได้บอกซักคำว่าจะเลิกหยาบคาย เพียงแต่ว่าหากหยาบคายแล้วไม่สร้างสรรค์ก็ไม่ควรเขียนออกมาให้คนอ่าน ควรเอาไปท่องบนเวทีปราศรัยทางการเมืองซะจะดีกว่า ตรงจุดประสงค์กว่าเยอะ"
"กูว่าอย่าเข้าเรื่องการเมืองดีกว่าครับ เดี๋ยวจะยาว"
...."ไม่ยาวหรอก เพราะกูก็ไม่รู้เรื่องการเมืองเหมือนมึงน่ะแหละครับ"
"แล้วตกลงมึงมีแผนจะทำอะไรกับบล๊อกนี้ต่อไปครับ"
...."กูก็ไม่รู้เหมือนกันครับ เท่าที่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้กูมีทางเลือกอยู่สองทาง หนึ่งคือดันทุรังเขียนแม่งไปไม่ว่ามันจะออกมาห่วยแตกแค่ไหนแล้วหวังว่าซักวันกูอาจจะกลับมาเขียนดีได้ อีกทางหนึ่งคือช่างแม่ง ปล่อยทิ้งไว้อย่างงี้ถ้าซักวันเกิดปิ๊งอะไรดีๆค่อยกลับมาเขียน แต่มันก็เสี่ยงต่อการเลิกเขียนไปเลยเหมือนกัน"
"ครับ แล้วมึงจะเลือกทางไหน"
...."อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้อ่านว่าอยากให้เป็นยังไง อยากอ่านอะไรห่วยๆฆ่าเวลาไปก่อน หรือว่าอยากจะรออ่านอะไรดีๆ"
"กูว่ามึงหย่อนเบ็ดเก้อแล้วว่ะครับ เพราะไม่มีใครสนใจมึงหรอก มึงจะทำเหี้ยอะไรก็ทำไปเถอะครับ"
...."กูก็ว่างั้น ดูจากกระแสตอบรับแล้วหากนี่เป็นรายการโทรทัศน์คงถูกถอนออกจากผังรายการแน่นอน ลูกค้าเก่าลูกค้าประจำก็หนีหายหมดแล้ว ส่วนขาจรก็มีมาแล้วก็ไป แค่หยุดเติมน้ำมันบ้างก็บุญโขแล้วครับ"
"ก็มึงเสือกเขียนห่วยเอง"
...."ครับ นั่นเป็นสิ่งที่กูตระหนักดี entryสุดท้ายที่กูชอบในสิ่งที่ตัวเองเขียนนั่นมันนานสี่ห้าเดือนมาแล้ว กูคิดว่าสาเหตุสำคัญอาจจะเป็นเพราะกูเริ่มเปลี่ยนไป"
"มึงกำลังจะกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดเหรอครับ"
...."ไม่ใช่เปลี่ยนแบบนั้นครับ หมายถึงการเปลี่ยนแปลงภายในน่ะครับ เหมือนกับเวลาที่เราโตขึ้นแล้วเราจะมีมุมมอง ทัศนคติต่อเรื่องต่างๆเปลี่ยนไป อะไรแบบนั้น"
"มึงกำลังจะบอกว่ามึงโตเกินกว่าจะมาเขียนบล๊อกไร้สาระแบบนี้แล้ว"
...."ไม่ใช่อีกเช่นกันครับ ในทางกลับกันกูกลับชื่นชอบสิ่งที่กูเขียนในอดีตมากขึ้นกว่าเดิมซะอีก รู้สึกว่ามันช่างมีความคิดที่สด ซ่า และลึกซึ้งในเวลาเดียวกัน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือเหมือนกูจะมีอุปนิสัยที่ต่างจากเดิม เหมือนเป็นคนละคนไปเลย อย่างentryวันนี้ถ้าเป็นเมื่อก่อนกูไม่มีวันจะมานั่งสัมภาษณ์ตัวเองให้มันดูงี่เง่าอย่างงี้ แต่กูจะมีวิธีแปลกๆที่สื่อสิ่งที่กูคิดอยู่ออกมาเป็นเหี้ยอะไรซักอย่างที่คนอ่านไม่มีวันรู้ว่ากูกำลังทำเหี้ยอะไรอยู่"
"กูสรุปให้มึงง่ายๆครับ มึงโง่ลง"
...."เอออออออออออว่ะ กูโง่ลงจริงๆนั่นแหละ"
"ครับ กูคิดว่าควรจบบทสัมภาษณ์แต่เพียงเท่านี้ เพราะถ้าใครหลงมาอ่านคงรู้สึกสมน้ำหน้าตัวเองได้แล้วว่านั่งอ่านมาตั้งยืดยาวเพื่อดูคนนั่งเถียงกับตัวเองเพียงที่จะบอกว่ากูโง่ลง ก่อนที่ผู้อ่านจะรู้สึกโง่ไปด้วยกูอยากจะทิ้งท้ายไว้ว่าอดีตคืออดีต ไม่ว่าก่อนหน้านี้กูจะเขียนอะไรออกมาเป็นที่ชื่นชอบและเกลียดชังของใครแค่ไหน แต่หลังจากนี้มันจะเป็นอีกเรื่องนึง ซึ่งไม่ว่ามันจะเป็นยังไงก็คงต้องปล่อยให้มันเป็น"
------------
ทิ้งท้าย : กูเขียนจนจบแล้วเพิ่งมานึกได้ว่าฉากนี้มันคุ้นๆ หากเป็นเมื่อก่อนกูคงบอกว่ากูตายไปแล้วและมอบหมายให้บุคคลอื่นเขียนบล๊อกนี้สืบต่อแทน... ให้ตายสิกูลืมไปได้ไงเนี่ย
ยินดีต้อนรับ 609รุ่นที่4