ภาคที่1 เรื่องสั้น

ท่ามกลางดึกในห้างสรรพสินค้า ผมมองไปรอบซ้ายขวาหาร้านอาหารที่ยังไม่ปิด ระหว่างนั้นผมเจอเพื่อนเก่ายืนอยู่ในร้านหนังสือเลยเข้าไปทัก

"เฮ่ย"

...."เออ"

"ทำเหี้ยไรวะ"

...."กูมาซื้อหนังสือ กูเพิ่งหัดเรียนภาษาฝรั่งเศส ว่าจะไปต่อโน่น"

"เยดแม่ ไฮโซนะมึง.. ว่าแต่ นั่นมันหนังสือภาษาญี่ปุ่น"

มันเปิดหนังสือผ่านๆรอบสองรอบ ก็ไลฟ์สไตล์แมกกาซีนทั่วไป ตามแบบฉบับแมกกาซีนญี่ปุ่นที่มักจะมีตัวหนังสือรกเปรอะเต็มไปหมด แม้คอลัมน์แฟชั่นชุดว่ายน้ำก็ยังจะมีประวัตินางแบบเปรอะรกเต็มหน้า ซึ่งจริงๆแล้วกราฟฟิคญี่ปุ่นตัวอักษรก็ถือเป็นศิลปะ และมักจะให้ความสำคัญเสมอ

มันวางหนังสือลงแล้วหันมาพูดกับผม

"กูเลิกกับหวานแล้วว่ะ"

ให้ตายสิ ไม่เจอกันมาตั้งกี่ปีกี่ชาติกูจะอยากรู้มั้ยว่ามึงจะคบกับใครเลิกกับใคร แล้วที่สำคัญ หวานนี่มันใครวะ หวานไหนไม่เห็นรู้จัก

ยังไม่ทันที่ผมจะเอาคำพูดเหล่านี้สาดโปรยใส่แม่ง เพื่อนเก่าอีกคนหนึ่งก็เดินมาพอดี

"อ้าวกวาง"

..."อ้าว มาทำไรกันเนี่ย"

"กวาง กูเลิกกะหวานแล้วว่ะ"

แล้วกวางก็ทำหน้างงพอๆกับผม

=====================================================

ภาคที่2 เรื่องจริง

จริงๆแล้วเรื่องสั้นข้างบนมันเป็นเรื่องที่ผมฝันตอนนอนเมื่อคืน และตอนนี้ผมกำลังบ้า Golf & Mike

....

สองประโยคข้างต้นจริงๆแล้วมันไม่เกี่ยวกันเลย แต่ผมมีความรู้สึกว่าความฝันข้างต้นนั้นชักนำให้ผมมาฟังกอล์ฟไมค์ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน

วันทั้งวันที่ผ่านมาผมเปิดเพลง Nippon Ainiikuyo วนซ้ำๆทั้งวัน ในวินโดว์มีเดีย มีเพลงเพลงเดียวแล้วก็repeatไปเรื่อยๆ ไม่รู้เป็นเหี้ยอะไรผมถูกใจเพลงนี้มากเหลือเกิน ตื่นมาก็เปิดฟัง แดกข้าวก็ฟัง นั่งขี้ก็ฟัง ฟังแม่งอยู่ได้ทั้งวัน ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยฟังเพลงกอล์ฟไมค์เลย

ครั้งแรกที่เพลง Nippon Ainiikuyo ผ่านเข้าหูผมก็ตอนที่เพื่อนมาดูทีวีที่ห้อง แล้วมีMVเพลงนี้แวบผ่านเข้ามาพอดี (ห้องผมมีทีวีก็จริง แต่ผมไม่เคยเปิด ทีวีจะเปิดก็ต่อเมื่อคนอื่นเข้ามาดู) ครั้งที่สองที่ได้ยินเป็นเวอร์ชั่นภาษาไทย หลังจากนั้นผมก็ไปเสิร์ชหามาฟัง แล้วก็บ้าไปเลย

มันไม่แปลกถ้าคนเราจะบ้าเพลงๆนึง ซึ่งก็อาจเกิดจากเวลาได้ยินเพลงนั้นแล้วก็คิดเชื่อมโยงไปกับเหตุการณ์บางอย่าง มันทำให้รำลึกถึงบรรยากาศนั้นๆ ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่Soundtrack ของหนังขายได้ เนื่องเพราะเราฟังเพลงประกอบแล้วรำลึกถึงบรรยากาศในหนัง

หรือในอีกกรณีหนึ่ง คือเพราะโดนกรอกหู ก็จะบ้าเพลงนั้นไปเอง

แต่สำหรับกรณีติดเพลงกอล์ฟไมค์ของผมแล้วมันไม่ใช่ทั้งสองอย่าง ผมไม่ได้โดนกรอกหู แล้วก็ไม่ได้เอาไปเชื่อมโยงกับบรรยากาศใดๆด้วย เพราะผมเพิ่งได้ยินเพลงนี้แค่สองครั้ง ในโอกาสธรรมดาสามัญ ไม่มีเหตุการณ์พิเศษอะไร

ผมลองมานั่งคิดดูคงเป็นเพราะครั้งนี้เป็นครั้งแรกจริงๆที่ผมนั่งฟังเพลงกอล์ฟไมค์ ก่อนหน้านี้ผมมีอคติกับกอล์ฟไมค์อยู่พอสมควร ซึ่งนั่นไม่ใช่ความผิดของผมหรอก มันเป็นอคติของคนรอบข้างที่ส่งมายังผมมากกว่า

ผมมักจะได้ยินคนพูดกันว่า กอล์ฟไมค์แม่งเสี่ยว หน้าก็เหี้ย หล่อก็ไม่หล่อ ทำตัวกระแดะเลียนแบบญี่ปุ่น ซึ่งถ้ามองผ่านๆผมก็ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง ผมเลยได้รับการถ่ายทอดอคติจากผู้อื่นแล้วก็ยอมรับง่ายๆด้วยเหตุผลว่ากอล์ฟไมค์ไม่ใช่พ่อกู ใครจะด่าก็ช่างแม่ง แล้วผมก็ไม่เคยคิดจะฟัง J-pop อยู่แล้วด้วย(หากกอล์ฟไมค์ไม่ใช่ J-pop ก็ขออภัย ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแนวดนตรี แล้วหากผมจะเรียกว่า J-popมันก็เรื่องของผม อย่าเสือก)

เพราะฉะนั้น เมื่อได้ฟังเพลง Nippon Ainiikuyo (ซึ่งผมคิดว่าเพลงนี้ดีจริงๆนะ) ก็เลยเป็นการล้มล้างอคติของผู้อื่นที่ส่งผ่านเข้ามายังตัวเอง ซึ่งผมได้คิดดังนี้แล้วก็ภูมิใจกับมันมาก ก็เลยเปิดฟังแม่งทั้งวัน

อาจอนุมานได้ว่า ที่ผมฟังกอล์ฟไมค์ เป็นเพราะเพลงนี้ดีด้วยส่วนนึง อีกส่วนหนึ่งผมกำลังฟังความภูมิใจที่ได้ล้มล้างอคติของผู้อื่นที่ส่งผ่านเข้ามายังตัวเอง

ส่วนเรื่องความฝันข้างบน มันก็คงมีส่วนแหละ แต่ผมก็ไม่รู้ว่ามันเพราะอะไร

-----

ภาคที่2.5 นอกเรื่อง

พูดถึงเรื่องอคติแล้ว ผมเพิ่งจะรู้ตัวเองเดี๋ยวนี้ว่าผมก็เป็นพวกบ้าวัฒนธรรมญี่ปุ่นอยู่พอตัว

สังเกตุได้จากตอนที่ผมฟัง Nippon Ainiikuyo ในเวอร์ชั่นภาษาไทยแล้วผมคิดว่ามันเสี่ยวสิ้นดี ทั้งๆที่เนื้อไทยกับญี่ปุ่นมันความหมายเดียวกัน เพลงก็ทำนองเดียวกัน แต่ผมกลับชอบเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นมากกว่า

ทั้งๆที่ผมด่าคนอื่นไว้มากมายว่า "ญี่ปุ่นมันเป็นพ่อมึงเหรอ" แต่ผมเองก็ซึมซับวัฒนธรรมญี่ปุ่นเข้ามาไม่น้อย เพราะผมก็อ่านการ์ตูนญี่ปุ่น ดูอะนิเมะ แล้วก็หนังโป๊สัญชาติญี่ปุ่น ต่างๆเหล่านี้ทำให้ผมแอบเทิดทูนญี่ปุ่นโดยไม่รู้ตัว (หรืออาจจะรู้ตัวแต่พยายามปฏิเสธ)

และก็เพราะกอล์ฟไมค์นี่แหละ ทำให้ผมล้มล้างอคติในเรื่องการเลียนแบบญี่ปุ่นลงได้อีกเรื่อง

แต่ลองคิดดูอีกที ไม่แน่ว่าเนื้อภาษาไทยมันคงเสี่ยวจริงๆ เลยฟังภาษาญี่ปุ่นซะจะได้ไม่ต้องรู้เรื่องอะไร

======================================================

ภาคที่3 เรื่องของเรื่อง

อันที่จริงแล้วEntry นี้ไม่ได้มีอะไรไปกว่าการบอกว่า "เมื่อคืนกูฝัน" และ "กูบ้ากอล์ฟไมค์"

ซึ่งทำให้ผมภูมิใจจะกล่าวว่า "มันไร้สาระสิ้นดี"

ไม่ต่างอะไรกับdiary ที่บ่นเรื่องตัวเองไปวันๆ ทั้งใช้ภาษาหยาบคาย ผิดระเบียบมารยาทการเขียนบล๊อกทุกประการ

นั่นเป็นเพราะ Entry ที่ผ่านมาผมกระแดะทำเป็นมีสาระมากเกินไปแล้ว และรู้สึกสะอิดสะเอียนตัวเองเป็นอย่างยิ่ง

=====================================================

ปล. ใครอยากฟัง Nippon Ainiikuyo ก็ไปตามลิงค์ด้านล่างนี้

Nippon Ainiikuyo ภาษาญี่ปุ่น

เวอร์ชั่นภาษาไทย

Nippon Ainiikuyo - MV

ขอขอบคุณ Bignose.exteen ที่เอื้อเฟื้อเพลงประกอบ

ลองดูท่าเต้นปลาหมึกญี่ปุ่นแดนซ์ กับเจ้าแม่กวนอิมพันมือกึ๊กกึ๋ย ก็พิลึกน่าดูดีเหมือนกัน แต่ผมชอบนะ ดูกึ่งเท่กึ่งพิลึกดี ต้องอาศัยความสามารถสูงพอตัว

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เพลงเพราะก็คือเพลงเพราะ ชอบก็คือชอบ ทำไมต้องหาเหตุผลร้อยแปดมาอ้างด้วย พิลึกคน

#1 By 609 on 2007-08-04 08:53

เพลงเนี่ยมันเพราะนะ....



แต่เวอชั่นไทยมันเสี่ยวเกินรับได้ =[]=''

#2 By กัสจัง on 2007-08-04 17:12

เต้นได้อย่างเค้าก็ดี

#3 By FaCeEloN on 2007-08-04 20:09

ต้องไปดู Ratatouille ให้ได้นะมึง
สนุกโคตรๆเลยว่ะ เย็ดแม่งคิดได้ไง
ไม่เกี่ยวอะไรกะกอฟไมค์หรอก




สนุกจริงนะมึง
ถกกางเกงเลย

#5 By T__________T on 2007-08-05 01:14

โอ๊ย ไอ้เหี้ย กูอ่านแล้วเซ็นซาโตริจริงๆ
แปลว่าอะไรวะ

#7 By 609 on 2007-08-05 05:21

จำได้ว่าตอบเอนทรี่นี้ไปแล้วนี่หว่า

โอ๊ะ ผีหลอก

#8 By fuxsuxlux on 2007-08-17 02:44