ผมกับมนุษย์อีกสองคนนั่งถกเถียงกันระหว่างอาหารเย็นอันประกอบด้วยแอลกอฮอลล์มื้อหนึ่ง
หัวข้อสนทนาคือแจกันใบนึงที่ผมเห็นที่เจเจเมื่อวันก่อน
วันนั้นอากาศไม่ร้อนเท่าวันนี้ และตอนนั้นคงกำลังถึงฤดูติสท์แดกของผมพอดี
ผมไปสะดุดตาแจกันใบนั้นเข้า
แวบแรกที่เห็นมันก็เป็นแค่แจกันธรรมดา เป็นแก้วกึ่งโปร่งใสสีออกฟ้าๆเขียวๆ เพนท์ลายประหลาดๆ
แต่ระหว่างที่รอเพื่อนซื้อของไปพลางๆ ผมก็จ้องมองมันเพลินๆ
ทันใดนั้น แจกันมันพูดกับผม
ผมไม่รู้ว่ามันพูดว่าอะไร ไม่รู้ว่ามันพูดภาษาอะไร ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ามันมีเสียงพูด
รู้แต่ว่าวินาทีนั้นมันระเบิดต่อมติสท์แดกของผมทันที
ผมพบว่าแสงที่ส่องผ่านแก้วกึ่งโปร่งใสสีประหลาด สะท้อนให้มันแวววาวขึ้นมาสวยงามอย่างไม่น่าเชื่อ
ลายแปลกๆที่เพนท์ลงไปเหมือนจะยิ่งเป็นมนต์สะกดให้แจกันดูน่าฉงนสนเท่ห์ และมีเสน่ห์ยิ่งขึ้นไปอีก
ผมบอกกับตัวเองทันทีว่า ถ้าไม่ใช่ผมเป็นบ้า แจกันใบนี้ก็ต้องเป็นศิลปะชิ้นเอกแน่ๆ
....."มึงดูแจกันเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่"
ผู้ฟังของผมอดสอดขึ้นมาไม่ได้
"ตั้งแต่เจอแจกันใบนั้น"
....."มึงบ้าไปเอง"
"ไม่รู้ล่ะ กูต้องกลับไปซื้อแจกันใบนั้นให้ได้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแจกันโง่ๆก็ตาม ถึงกูจะบ้าไปเอง
แต่อย่างน้อย กูสัมผัสถึงความงามของมัน ฉะนั้นกูมีสิทธิที่จะครอบครองมัน
เท่าที่กูดูนะ มันคงตั้งอยู่ตรงนั้นมานานแล้ว รอคอยเจ้าของที่เหมาะสม ที่สามารถเข้าถึงมันได้อย่างกูนี่แหละ"
เพื่อนผมนิ่งอึ้งไปพักนึง ก่อนที่จะแย้งด้วยเหตุผลที่ต้องยอมรับ
....."มึงไม่คู่ควร เพราะมึงไม่ใช่คนประเภทที่ใช้แจกัน
สาระของแจกันมันอยู่ที่ดอกไม้ มึงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแจกันนั้นไว้ใส่ดอกอะไร
ถึงมึงซื้อไป มึงก็คงไม่หาดอกไม้ให้มัน ไม่คอยเปลี่ยนน้ำ ไม่คอยดูแล แล้วแม่งก็เป็นแจกันร้างๆฝุ่นจับ
ซึ่งถ้ามึงปล่อยให้มันเป็นอย่างนั้นจริง มึงนั่นแหละ กำลังจะเป็นคนทำลายศิลปะ
สู้ทิ้งมันไว้อย่างนั้น ให้คนอีกร้อยคนพันคนได้ดู ดีไม่ดีอาจมีคนที่เห็นคุณค่าแจกันใบนั้นแล้วรักมันยิ่งกว่ามึง"
ถึงคราวผมนั่งอึ้งบ้าง ชั่งน้ำหนักในหัวตัวเอง ก่อนที่จะตัดสินใจ
"มันก็เป็นไปได้ทั้งสองอย่าง อาจมีคนอีกหลายคนที่จะรักแจกันใบนี้มากกว่ากูหรืออาจไม่มีเลยก็ได้
มันอาจจะเป็นแค่แจกันโง่ๆใบนึง แต่ในเมื่อกูหลงใหลมันขนาดนี้แล้วยังไงกูก็ปล่อยไปไม่ได้
ไม่ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตจะเป็นอย่างไรก็ตาม"
....."แล้วถ้าแม่งเสือกแพงมหาศาลล่ะ"
"กูก็จะยืมตังมึง"
....."ดี"
"มีอะไรจะแย้งอีกมั้ย"
เพื่อนของผมนิ่งเงียบ ผมหันไปถามมนุษย์อีกคนหนึ่งที่นิ่งเงียบมาตั้งแต่แรก
"มึงล่ะ ไม่เห็นพูดอะไรเลย"
....."มึงบอกว่าแจกันพูดกะมึงใช่มั้ย"
"เออ"
....."ไม่มีใครพูดกะมึงหรอก มึงอะพูดอยู่คนเดียวมาตั้งแต่แรกแล้ว"
ผมหันไปมองซ้ายขวา จริงอย่างที่มันว่า ผมนั่งอยู่คนเดียวมาตั้งแต่แรก
จะมีก็แต่เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ที่พร่องไปครึ่งขวด กับเนื้อยำที่หมดไปกึ่งนึง
และวันรุ่งขึ้น ผมก็ไปซื้อแจกันใบนั้นทันที
- - - - -
ซึ่งนั่นมันก็เป็นเรื่องนานมาแล้ว
ปัจจุบันนี้แจกันใบนั้นอยู่ในกล่อง (ตั้งแต่วันแรกที่ซื้อมา และไม่เคยถูกเปิดขึ้นอีกเลย)
ตอนนี้ผมกำลังจะย้ายที่พักใหม่ และไอ้แจกันนี่มันก็เกะกะพอสมควร ยากต่อการเคลื่อนย้ายด้วย
ผมเลยกำลังคิดว่า จะเขวี้ยงมันให้แตก หรือโยนมันทิ้งลงถังขยะดี...
เอาไปขายคืนเจ้าของ