ที่ห้องของผม มีคอมอยู่เครื่องนึงที่เปิดไว้เกือบตลอดเวลา

นั่นเพราะผมขี้เกียจปิด

อยู่มาวันหนึ่ง มีแมวสีสวาทกระโดดออกมาจากคอมของผม

ท่าทางมันดูรีบร้อนยังไงชอบกล แม้จะซ่อนไว้ในกิริยานวยนาดตามสันดานแมว

"มนุษย์ต่างดาวกำลังจะบุกโลก"

....."แล้วไง มึงสนใจด้วยเรอะ" ผมกวนตีนมันด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นกว่าที่คิด

"มันเอายานแม่มายึดน่านฟ้าสหรัฐฯเอาไว้แล้ว ปืนลำแสงถูกชาร์จพร้อมยิงใน24ชั่วโมง"

....."ยังกะหนังซักเรื่องแน่ะ"

"ตอนนี้สหรัฐฯตั้งตัวเป็นผู้นำโลก ต่อสู้กับกองทัพมนุษย์ต่างดาว

พร้อมติดประกาศที่หน้าวัง จัดการประลองยุทธ์เพื่อรับสมัครจอมยุทธ์อันดับหนึ่ง"

....."จอมยุทธ์อันดับหนึ่ง คนเดียวเนี่ยนะ ไปสู้กับมนุษย์ต่างดาว"

"มากคนยิ่งมากความ อัจฉริยะที่แท้จริงมักรำคาญการร่วมทีม"

....."ประสาทแดกกันเข้าไป"

....."เอ้า เสนอหน้าอยู่ได้ กูรู้แล้ว กลับไปซะที"

อีแมวชักสีหน้าไม่ค่อยพอใจ ก่อนกระโดดเข้าไปในบ้านที่ชื่อ "แมวร้อนดอทคอม"

-----

ผมเปิดกล่องซีดีที่ซื้อมาใหม่ จับใส่เข้าเครื่อง แตกไฟล์

แล้วก็รับประทานอาหารเที่ยงที่แนบมากับคู่มือการลงโปรแกรม

-----

ก่อนปิดเครื่อง ผมตัดสินใจซื้อตั๋วเดินทางไปสหรัฐฯ

พร้อมกับลงทะเบียนด้วยล็อคอินของเพื่อนเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอย

ซิปไฟล์ที่จำเป็นลงฮาร์ดไดรฟ์ แล้วแพ็กลงกระเป๋าเดินทางที่ไม่มีอะไรนอกจากแล็ปท็อปเครื่องเดียว

"ไม่เอาเสื้อผ้า ข้าวของไปด้วยเหรอ" หมีแพนด้าที่นั่งอยู่ปลายเตียงอดเสือกไม่ได้

....."กูจะไปสหรัฐฯ ไม่ได้เข้าป่า"

"แล้วกูล่ะ จะให้เฝ้าบ้านเหรอ"

....."ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวมนุษย์ต่างดาวแม่งก็บึ้มหมดอยู่ดี"

"งั้นจะให้ทำอะไร"

....."อยากทำไรก็ทำไปดิ"

ท่าทางผมจะทิ้งคำถามที่ยากที่สุดไว้ซะแล้ว ว่านอกจากเฝ้าบ้านแล้วมันควรจะทำอะไรดี

....."เบื่อๆก็ลองไปช็อปปิ้งดู เซ็นทรัลเวิลด์เค้าทำใหม่แล้ว ไปดูก็ดี"

นั่นคือห่วงยางสุดท้ายที่ผมยื่นให้ หากว่าถ้าไม่มีอะไรทำแล้วจะตายจริงๆขึ้นมา

ให้ตายเถอะ เกิดเป็นหมีแพนด้าก็ไม่ควรอยู่ที่อื่นนอกจากสวนสัตว์จริงๆ

-----

หมีแพนด้าตัวนี้ เดิมที่อยู่ที่ประเทศจีน อพยพเข้ามาไทยเมื่อสิบกว่าปีมาแล้ว

แรกเลยเมื่อมันเข้ามาถึง ถูกตำรวจชายแดนจับไว้สองคืน ข้อหาหลบหนีเข้าเมือง

หลังจากคืนที่สอง ตำรวจพวกนั้นเลยเพิ่งเห็นว่าเป็นหมีแพนด้า โอ้! ทูตแห่งสันติภาพ

แล้วมันก็ถูกปล่อยตัวพร้อมกับมีรัฐมนตรีมารับถึงที่

มันเข้ามาอยู่ในสวนสัตว์ดุสิตได้ไม่กี่วัน ก็ถูกย้ายไปไว้ที่สวนสัตว์เชียงใหม่

ด้วยเหตุผลที่ทุกคนคิดกันว่ามันคงร้อน

มันมาบ่นกับผมภายหลังว่า มันจะไปร้อนห่าอะไรได้ ในเมื่อทั้งในสวนสัตว์ดุสิต กับสวนสัตว์เชียงใหม่

ก็ต่างจับมันยัดใส่ห้องกระจกติดเครื่องควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ตลอดเวลา

ซึ่งมันบังคับให้ผมเรียกสถานที่แบบนั้นว่า "ตู้ปลาแช่แข็ง"

ซึ่งนั่นคงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่มันหนีออกมาอยู่กับผม

จะว่าไปแล้ว ก็เป็นเรื่องที่ขัดแย้งในตัวเองอยู่เอาการ

หมีแพนด้าที่เคยชินกับการถูกเลี้ยง หลบหนีออกมาจากสวนสัตว์

สุดท้ายเพื่อมาหาคนเลี้ยงคนใหม่ ต่างก็แค่สภาพแวดล้อม

แล้วมันก็เรียกสิ่งนั้นว่าอิสระ

ตอนนี้ผมก็ทิ้งมันไว้ก่อน ให้มันสำลักอิสระไปพลางๆ ก่อนมนุษย์ต่างดาวจะยิงโลกระเบิดไป

-----

และแล้วผมก็มาอยู่หน้าเครื่องเทเลพอร์ตเทชั่น*

*เครื่องเทเลพอร์ตเทชั่น(machine for teleportation) อธิบายโดย ผู้เขียน

เครื่องเทเลพอร์ตเทชั่น คือ สิ่งอำนวยความสะดวกอีกสิ่งหนึ่งของมนุษย์

มีหน้าที่หลักๆคือย้ายคนจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง

ซึ่งจุดส่งเรียกว่า ท่าส่ง(port out) และจุดรับเรียกว่าท่ารับ (port in)

หลักการทำงานไม่ขออธิบาย เพราะผู้เขียนก็ไม่เข้าใจ

แต่โดยทั่วไปแล้ว เครื่องนี้แบ่งออกเป็นสองชนิด

คือ เทเลพอร์ตเดี่ยว(private transportation) และเทเลพอร์ตรวม(mass transportation)

โดยทั่วไปแล้วอาคารสาธารณะขนาดใหญ่จะมีเครื่องเทเลพอร์ตรวมอยู่เครื่องหนึ่ง

จุดประสงค์คือการเคลื่อนย้ายคนเป็นจำนวนมากไปยังสถานีขนส่ง

เนื่องจากหนึ่งเครื่องสามารถส่งไปได้เพียงที่เดียวต่อหนึ่งครั้ง จึงมีสถานีขนส่งเพื่อประหยัดเวลา

(สำหรับระบบขนส่งมวลชนจะไม่ขออธิบาย เนื่องจากจะยืดยาวเกินไป)

เครื่องเทเลพอร์ตถูกเรียกตามยี่ห้อของมัน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีสองยี่ห้อ คือแอปเปิ้ล กับมะม่วง*

ผมเลือกแพกเกจการเดินทางแบบไม่เร่งรีบ

นั่นหมายถึงผมจะมีห้องส่วนตัว ที่ตามข้อมูลที่ผมลงทะเบียนไว้จัดให้ตกแต่งเลียนแบบรถไฟชินคันเซ็น

มีผู้ร่วมโดยสารเป็นชายแก่สัปหงก 1ท่าน นักธุรกิจคุยกันด้วยภาษาเยอรมัน 3ท่าน และสาวชำเลืองมอง 1ท่าน

พร้อมกับห้องน้ำที่สามารถใช้งานได้จริง และอาหารเสิร์ฟ 1มื้อ

และวิวนอกหน้าต่างที่ผ่านภูเขาไฟฟูจิ หอไอเฟล ทัชมาฮาล ตบท้ายด้วยเรือไททานิคขณะจมลงทะเล

แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงโฮโลแกรมที่จำลองขึ้นมา(ยกเว้นห้องน้ำและอาหาร)

เพื่อสร้างบรรยากาศการเดินทางอันรื่นรมย์ มันคงมีจุดเริ่มมาจากคนว่างจัดที่ชอบเดินทาง(อันนี้ผมสันนิษฐาน)

เอาเป็นว่าผมก็ยอมจ่ายห้าหมื่นบาทเพื่อฆ่าเวลาเล่นๆสองชั่วโมง

ทั้งที่จริงๆแล้ว แพกเกจแบบเร่งรีบใช้เวลาเดินทางเพียงห้าวินาที

-----

และแล้วผมก็มาถึงสถานีท่านานาชาติของสหรัฐฯ

ไม่จำเป็นต้องมีพาสปอร์ต ไม่ต้องลงทะเบียนใดๆทั้งสั้น

การเดินทางโดยเทเลพอร์ตเทชั่น จะถูกบันทึกปูมเดินทางไว้หมดแล้ว

สิ่งที่ผมต้องทำ คือติดต่อประชาสัมพันธ์ แจ้งที่อยู่ผมให้ทราบ แล้วเตรียมเทเลพอร์ตอีกครั้ง

สิ่งที่สะดวกที่สุดของสหรัฐก็คือ ทุกบ้าน ทุกสถานที่ จะมีเครื่องเทเลพอร์ตนี้อย่างน้อย1เครื่อง

เพราะที่นี่ถนนเป็นแหล่งเสื่อมโทรมและมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรมสูง

รถไฟยิ่งไม่ต้องพูดถึง หากไม่รู้จักพวกใต้ดินก็แทบจะไม่มีวันหาสถานีรถไฟเจอ

*(การเดินทางโดยเครื่องบินถูกระงับไปโดยสนธิสันญาฟรีดอมหลายปีมาแล้วเนื่องจากเกิดวินาศกรรม11/9

ที่ฟรีดอม ทาวเวอร์ซ้ำรอยกับตำแหน่งเดิมซึ่งเคยเป็นตึกเวิลด์เทรด.....โดย ผู้เขียน)*

ส่วนสถานที่ที่ไม่มีเครื่องเทเลพอร์ตก็เหมือนถูกประกาศชัดแจ้งว่าเป็นเขตที่ความเจริญและกฎหมายเข้าไม่ถึง

ที่บ้านที่ผมกำลังจะเข้าไปอยู่เช่นกัน มีเครื่องเทเลพอร์ตเทชั่น2 เครื่องไว้ใช้สลับกัน

ในกรณีที่คนในครอบครัวคนหนึ่งต้องการเดินทางแบบไม่เร่งรีบ ก็ยังเหลืออีกเครื่องไว้เดินทางเร่งรีบได้

อืม... ช่างรอบคอบอะไรอย่างนั้น นี่ขนาดบ้านผมเป็นอพาร์ตเมนต์ห้องพักคนเดียวนะเนี่ย!!

-----

ระหว่างที่ผมกำลังยืนมองเครื่องเทเลพอร์ตสองเครื่องนี้ พร้อมนึกฝันไปถึงโอกาสที่จะมีคนมาช่วยใช้เครื่อง

หุ่นยนต์ต้อนรับก็ส่องข้อความเข้ามาทางกล่องแมวหน้าบ้าน

แมวท่าทางผู้ดีกระโดดออกมาจากกล่องแมวพร้อมกับโค้งคำนับให้ผมทีนึง

"ขออภัยที่รบกวน ขอเรียนถามว่าขณะนี้ท่านพอจะมีเวลาว่างให้หุ่นยนต์ต้อนรับแนะนำเทเลคิเนซิส(telekinesis)

หรือต้องการจะนัดเวลาภายหลัง หรือไม่ต้องการคำแนะนำ"

แมวผู้ดีพูดสำเนียงอังกฤษปนฝรั่งเศษ ซึ่งไม่เป็นปัญหาสำหรับผมเท่าไหร่นัก

เพราะก่อนหน้านี้ผมเคยกินวุ้นภาษาไปสี่ห้าก้อน ส่วนใหญ่เป็นภาษาฝั่งยุโรป แต่ทะลึ่งมีภาษาเขมรอยู่ก้อนนึง

....."ไว้ก่อนดีกว่า ไว้ติดต่อมาอีกที ซักอีกสองวันละกัน"

ผมตอบเป็นภาษาไทย ซึ่งคงไม่เป็นปัญหากับหุ่นยนต์ต้อนรับเช่นกัน

เพราะหุ่นยนต์นั้นถึงไม่ต้องกินวุ้นภาษาก็สามารถสื่อสารได้ทุกภาษาของมนุษย์(และสัตว์บางชนิด)

จริงๆแล้วผมพอจะเคยใช้เทเลคิเนซิส(telekinesis)อยู่บ้าง แต่ไม่ถึงกับเชี่ยวชาญ

ผมเคยรู้จักเพื่อนที่แค่สวมเทเลคิเนซิสแล้วสามารถนั่งอยู่กับที่ได้ทั้งวัน เป็นเดือนเป็นปี

คำสั่งพื้นฐานที่ผมใช้ได้ก็แค่การดำรงชีวิตพื้นฐาน อาบน้ำ แต่งตัว ทำกับข้าวได้นิดหน่อย

ซึ่งจริงๆแล้วก็มีแต่เทเลคิเนซิสเวอร์ชั่นใหม่ๆเท่านั้นแหละ ที่เชื่อมโยงกับอุปกรณ์ทุกชิ้นในบ้านได้

แต่เท่าที่เล็งๆดูแล้ว เครื่องที่ผมถืออยู่นี่คงสามารถย้ายห้องทั้งห้องได้เลยทีเดียว

ก็เป็นโอกาสดีเหมือนกันที่จะได้เรียนรู้คำสั่งใหม่ๆ

แต่..... เอาไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้ยังขี้เกียจจะทำอะไรนอกจากล้มลงบนเตียง

-----

ผมถูกปลุกขึ้นมาโดยเทเลพาธี(telepathy) จากเพื่อนผมที่อาศัยอยู่ที่สหรัฐเช่นกัน

"ว่าไง หลับอยู่เหรอ ติดต่อไม่ได้เลย"

....."เออนะ รู้ทั้งรู้ว่ากูหลับ เสือกแฮคเข้ามาอยู่ได้"

"มึงก็รู้ กูไม่เคยมีจรรยาบรรณวิชาชีพ"

....."แล้วมึงรู้ได้ไงว่ากูมานี่"

"กูเพิ่งเช็คโลคอล เน็ตเวิร์ค เห็นมึงอยู่ในโลคอล"

....."ทีหลังเช็คด้วยนะว่ากูออนไลน์อยู่รึเปล่า"

"เช็คแล้ว แต่กูจะปลุกมึง กูมีลางสังหรณ์ว่ามึงกำลังนอนมากไป"

ผมใช้เทเลคิเนซิสเลื่อนนาฬิกามายังหัวเตียง พบว่านอนไปสิบสามชั่วโมงแล้ว

....."ยังไม่มาก แค่ปานกลาง"

"กูกลัวมึงนอนถึงชาติหน้า มนุษย์ต่างดาวมันเอาจริงนะเว้ย"

....."เออ กูกำลังจะถามมึงอยู่พอดี"

"พวกแม่งเอายานมาปิดน่านฟ้า แล้วส่งพวกทหารลงมาไล่ฆ่าคน"

....."ไหนแม่งบอกว่าจะไม่ทำอะไรภายใน24ชั่วโมง"

"ข่าวมึงมั่วอะดิ กูอยู่นี่ไม่ได้ยินเหี้ยอะไรเลย มีแต่คำสั่งโต้ตอบอย่างเดียว"

....."ไอ่เหี้ย อีแมวฟ่อหวัดแม่งทำกูอีกละ"

"แล้วมึงจะเอาไง"

....."ไม่รู้ ดูท่าทีก่อนว่ะ ประกาศภาวะสงครามเมื่อไหร่มึงรีบบอกกูนะ กูจะได้เผ่นก่อน"

"ประกาศไปแล้ว มึงไปหลับอยู่ไหน ป่านนี้เอเลี่ยนบุกถึงบ้านมึงแล้วมั๊ง"

พูดไม่ทันขาดคำมนุษย์ต่างดาวก็พังหน้าต่างห้องผมเข้ามาพอดี

-----

ผมยืนประจันหน้ากับมนุษย์ต่างดาวชั่วอึดใจหนึ่ง ชั่วขณะที่สบตากับมนุษย์ต่างดาว คลื่นความคิดบางอย่างไหลผ่านมนุษย์ต่างดาวทะลักเข้ามาในหัวของผม

*ก่อนที่ผมจะวิ่งหนีไปทางหน้าต่างบานตรงข้าม กระโดดออกจากชั้นที่22 และตกลงมาตายเบื้องล่าง*

*ก่อนที่ผมจะวิ่งเข้าไปในครัว หยิบมีดขึ้นมาหมายจะต่อสู้ แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้ผมได้เปรียบ ผมถูกยิงด้วยปืนอะไรซักอย่างและล้มลงตายในห้องครัวบ้านตัวเอง*

*ก่อนที่ผมจะใช้เทเลพาธี เคลื่อนย้ายตู้ทั้งใบปิดหน้าต่างบานนั้น แต่มนุษย์ต่างดาวเดินผ่านทะลุเข้ามาดั่งตู้ใบนั้นไม่มีตัวตน และผมก็ถูกยิงด้วยปืนอะไรบางอย่างและล้มลงตายทันที*

*แต่ผมก็ปล่อยให้คลื่นนั้นไหลเข้ามาเรื่อยๆ นานเท่าไหร่ก็ไม่ทราบได้ จากนั้นผมก็ล้มลงและหมดสติไป*

แต่ผมก็ปล่อยให้คลื่นนั้นไหลเข้ามาเรื่อยๆ นานเท่าไหร่ก็ไม่ทราบได้ จากนั้นผมก็ล้มลงและหมดสติไป

-----

ผมตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกถึงของเหลวเย็นๆรดราดลงบนใบหน้า

"ไอ้ควย กว่าจะตื่นได้ มึงนอนเหี้ยอะไรตรงนี้เนี่ย"

....."ที่นี่.. ที่ไหนเนี่ย"

"อย่ามาตลก มึงกะจะนอนถึงชาติหน้าจริงๆใช่มั้ย"

ผมนั่งตั้งสติสักพักหนึ่ง น่าแปลก ถึงจะพยายามยังไงผมก็นึกไม่ออกว่าเมื่อคืนผมไปเมาที่ไหนมา

"อยู่ดีๆมึงก็ออฟไลน์ กูนึกว่ามึงจะโดนมนุษย์ต่างดาวแดกไปแล้วซะอีก"

....."เมื่อคืนกูคงเมาหนัก จำเหี้ยอะไรไม่ได้เลย แถมปวดหัวยังกะจะระเบิด"

"ก็ดีที่มึงยังไม่ตาย แถวนี้แม่งเละยังกะน้ำมะเขือเทศปั่น"

ผมสำรวจบริเวณรอบบ้าน พบว่าคำเปรียบเทียบของเพื่อนผมไม่ได้เกินจริง น้ำมะเขือเทศปั่นที่มันว่าก็คือเศษเลือดเนื้อเหลวเละกระจายไปทั่ว ที่ผมรอดมาได้ก็เพราะมนุษย์ต่างดาวคงไม่ชอบกลิ่นแอลกอฮอล์

....."เหี้ย กูเกือบหลับจนถึงชาติหน้าจริงๆ แล้วนี่กูจะไปอยู่ไหนเนี่ย"

"ก็อยู่ที่นี่แหละ เช็ดถูนิดหน่อยก็สะอาดแล้ว"

....."ห่ามึง แล้วถ้าพวกแม่งแห่กันมาอีกล่ะ"

"ไม่หรอก มันข้ามไปฝั่งเอเชียกันแล้ว ตอนนี้ที่นี่ปลอดภัยที่สุด"

....."งี้กูก็กลับบ้านไม่ได้อะเดะ"

"เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ป่านนี้บ้านมึงคงกลายเป็นมะเขือเทศปั่นแล้วเหมือนกัน"

....."พูดหมาๆ"

"เรื่องจริง กูเห็นข่าวหมีแพนด้ามึงกับตา ยังกะมะเขือเทศปั่นใส่โอริโอ้"

ผมค่อนข้างสลดกับข่าวนี้ ซึ่งจริงๆแล้วผมควรจะโทษตัวเองที่ไม่พามันมาด้วย แต่ก็ช่างเถอะ นั่นคงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับมัน... มะเขือเทศปั่นใส่โอริโอ้

"ระหว่างนี้มึงนั่งพักชิวๆไปก่อน สัปดาห์หน้ากูจะเอาหมายเรียกตัวมาให้"

....."หมายเรียกเหี้ยอะไรวะ"

"อ้าว ก็หมายเรียกทหารกองหนุนแห่งราชอาณาจักร"

....."กูไม่ได้เรียน รด."

"งั้นก็ทหารกองประจำการ"

....."กูหลุดทหาร อ้างว่าเป็นโรคหัวใจ"

"เออ งั้นมึงก็นั่งแดกมะเขือเทศปั่นไปละกัน ห่า! มนุษย์ต่างดาวบุกโลกนะเว้ย"

ผมคงทำให้มันหงุดหงิด พอพูดจบมันก็เข้าเครื่องเทเลพอร์ตและสะบัดก้นหนีไปทันที

-----

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

รู้ตัวว่าหายไปนาน เลยหิ้วมาฝากซะเต็มมือ


ps.นี่ไม่ใช่เรื่องยาว ไม่ต้องคิดหรอกว่ามันจะมีต่อ ผมเขียนเรื่องยาวไม่เป็น

#1 By 609 on 2007-03-23 04:30

ช่างเป็นโลกที่ไฮเทคและยังเป็นการเขียนที่ล้ำสมัยและกวนอวัยวะบางชิ้นเป็นอย่างดี แต่ตอนนี้ ขอไปสมัครเป็นจอมยุทธก่อนจะได้ใช้บาทาไร้เงาในตำนานไปปราบมนุษย์ต่างดาว

#2 By renkung on 2007-03-23 05:38

#3 By ก้อนหิน on 2007-03-23 06:06

=3= บุ่ยๆ

แต่ใช้คำพูดได้สนุกสนานดีจริงๆ

#4 By Lullaby-nocturne on 2007-03-23 08:56

อะไรของมึง แต่ก็อ่านเพลินดีนะ
จะบอกให้
นุกดีอะ

#6 By inexist on 2007-03-23 12:09

......มนุษย์ต่างด้าว... เอ๊ย!! มนุษย์ต่างดาวบุกแล้ววว..

ออกไปต้อนรับเร้วววว เอิ๊กกกก

#7 By Sosa on 2007-03-23 12:37

เก่งจังเลย อ่านสนุกมาก ๆ เลยพี

นี่ถ้าพีเกลาเรื่องคำหยาบเรียบร้อยก็ตีพิมพ์ได้เลยนะ
ไอ้5
ทำงี้ได้ไงฟะ
เขียนต่อเหอะ กำลังมัน

#9 By ~TestsuTo~ テッツト on 2007-03-23 13:16

#10 By Bew on 2007-03-23 15:55

ป๊าดดด งั้นก็เขียนให้เปงเรื่องสั้นซะ ฮ่วยกำลังมันส์สะเด็ด

#11 By FaCeEloN on 2007-03-23 16:21

กูจะนอนมึงมีปัญหาเหรอ

#12 By nuut on 2007-03-24 10:18

ไม่ต้องเกลาก็รวมเล่มตีพิมพ์เองได้
เดี๋ยวเขียนมั่ง

#14 By blackholesun on 2007-03-24 19:57

ไม่ต้องอ่านคอมเมนท์ของมึงก็รู้ว่ามึงไม่มีวันเขียนต่อ
ปล. เลื่อนวันแดกไม่ยอมบอกกูซักตัว

#15 By LiTTLe on 2007-03-25 02:46

ไม่ต้องอ่านคอมเมนท์ของมึงก็รู้ว่ามึงไม่มีวันเขียนต่อ
ปล. เลื่อนวันแดกไม่ยอมบอกกูซักตัว

#16 By LiTTLe on 2007-03-25 02:47

ยัง
ไม่
ถึง

#17 By fling in on 2007-03-27 01:49

7 do ...


จบแล้วจริงดิ

#18 By fuxsuxlux on 2007-03-29 17:46