ฉันปลูกต้นไม้ต้นหนึ่งที่ระเบียงห้องของฉัน
ฉันอัดดินลงในกระถาง ฝังเมล็ดพันธุ์ รดน้ำ เฝ้ารอมันเติบโต
แต่เนิ่นนาน ก็ยังไม่มีอะไรงอกขึ้นมาจากผิวดิน
ใบอ่อนใบเดียวก็ยังไม่มี
จนถึงวันที่แสงแดดส่องเข้ามายังห้องของฉัน
ใบอ่อนใบแรกก็ผลิขึ้นมารับอากาศและแสงแดดบนโลกใบนี้
ด้วยความตื่นเต้น ฉันเฝ้ารดน้ำให้มันทุกวัน ดูมันเติบโต
แต่เมื่อเทียบกับกาลเวลาแล้ว มันช่างเติบโตช้าเหลือเกิน
บางที การเฝ้ามองต้นไม้ต้นหนึ่งเติบโต มันก็รู้สึกน่าใจหายเหมือนกัน
ทั้งๆที่มันช่างเติบโตช้ากระไรอย่างนั้น
แต่ทุกครั้งที่หันกลับมามอง ทำให้รู้ว่า เวลาก็ช่างผ่านไปเร็วเช่นกัน
ผ่านไป เป็นเดือน เป็นปี เป็นสิบปี มันเติบโตจากต้นอ่อน เป็นต้นกล้า
จากต้นกล้า เป็นต้นไม้ ออกดอกสวยงาม
ผ่านไปอีกหลายปี กระถางที่ฉันเตรียมให้ไว้ ก็เล็กเกินไปสำหรับมันเสียแล้ว
รากของมัน แยงทะลุ ดันกระถางแตกออก แล้วฝังลงบนระเบียงของฉัน
มันต้องการที่อยู่ใหม่ ที่ใหญ่กว่า กว้างไกลกว่ากระถางของฉัน
ถึงตอนนี้ แม้ฉันไม่ได้รดน้ำ ดูแลเหมือนแต่ก่อน แต่มันก็ยืนหยัดด้วยตัวเอง
แม้มันไม่ต้องการฉัน แต่ฉันยังเฝ้ามองดูด้วยความรักเสมอ
ผ่านไปอีกหลายปี มันเริ่มพันเลี้อยไปตามระเบียงของฉัน กินพื้นที่ระเบียงจนหมด
ฉันก็ยังคงเฝ้ามองด้วยความรัก
ผ่านไปอีกหลายปี มันพันเลื้อยเข้ามาถึงในห้องฉัน กินพื้นที่ห้องฉันไปครึ่งหนึ่ง
ฉันเขยิบแบ่งที่ให้เผื่อว่ามันจะเติบโตขึ้นไปอีก
และแล้ว อีกหลายปี มันก็เติบโตจนกลืนห้องของฉันไปทั้งห้อง
ฉันย้ายออกมานอนที่นอกห้อง
ถึงกระนั้น ฉันก็ยังชื่นชมและเฝ้าดูการเจริญเติบโตของมันไม่เปลี่ยนแปลง
เพื่อนบ้านถามฉันว่า ทำไมไม่ริดรอนกิ่งก้านของมันเสียบ้าง
ฉันตอบเพียงว่า "ฉันทำไม่ลง"
หลังจากนั้น ต้นไม้ของฉันก็ใหญ่โตเกินไปสำหรับห้องเล็กๆ
มันกลืนกินทั้งบ้าน และยังรุกล้ำอาณาเขตบ้านข้างเคียงอีกด้วย
ตอนนี้ ฉันทำอะไรไม่ได้แล้ว ฉันแก่เกินไป
ฉันเพียงแค่อาศัยอยู่ ณ โคนต้นไม้ใหญ่ของฉัน
เพื่อนบ้านประชุมกันว่า จะเผาต้นไม้ของฉัน เพราะตอนนี้มันกำลังรุกล้ำบ้านหลายหลัง
ฉันยืนกรานว่า หากจะเผาต้นไม้ของฉัน ให้เผาฉันด้วย
เพราะฉันแก่เกินกว่าจะย้ายไปไหนได้อีกแล้ว
สุดท้ายแล้ว เพื่อนบ้านก็ย้ายหนีจากฉันไป
ใจจริงทุกคนอยากจะเผาต้นไม้ทิ้ง แต่ก็ไม่มีใครอยากเผาฉันไปกับต้นไม้
และก็ไม่มีใครอยากรับฉันไปอยู่ด้วยเช่นกัน
นานมาแล้ว... ฉันปลูกต้นไม้ที่ระเบียงห้องของฉัน
ฉันอัดดินลงกระถาง ฝังเมล็ดพันธุ์ รดน้ำ และเฝ้ารอมันเติบโต...