ตอนที่สอง

posted on 02 May 2005 15:08 by peach69

จริงๆแล้ว หมดมุขที่จะต่อ เกือบจะตัดจบเรื่องนี้ไปแล้ว

แถมเน็ตยังต่อไม่ค่อยจะติดอีก

แต่เนื่องจากกระแสตอบรับอันล้นหลาม

ทำให้ผู้เขียนมิอาจนิ่งเฉยได้ จึงระดมพลังสมองสร้างสรรค์เรื่องนี้ให้คลอดตอนที่สองออกมา

พร้อมแล้ว

ไป ดู กัน

----------------

"เจ้าเป็นใคร ต้องการอะไร"

"ข้าคือเจได ข้ามา เพราะพลังชี้นำข้ามา..."

ถึงแม้นายทหารจะงุนงงกับคำตอบที่ได้รับ แต่เขายังยิงคำถามต่อไป

"แล้วทำไมท่านถึงต้องการลอบปลงพระชนม์"

"ปลงพระชนม์เหรอ อะไรคือปลงประชนม์"

"ก็... ก็ไหน เฒ่าเล่านิทานผู้นั้นบอกว่าท่านจะสังหารฮ่องเต้"

"ถ้ามันจะเป็นการนำพลังกลับคืนสู่สมดุล ข้าก็จะทำ"

"ท่านหมายความว่าอะไร"

"ท่านไม่เข้าใจหรอก"

"ใช่ ข้าอาจไม่เข้าใจ แต่ข้าเข้าใจอยู่อย่างนึง การปลงพระชนม์ฮ่องเต้ ข้าต้องขัดขวาง แม้มันจะแลกด้วยชีวิตข้าก็ตาม"

แล้วนายทหารนั้น ก็ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ เจไดผู้นั้นยกดาบขึ้นตั้งรับทันที แต่สิ่งที่นายทหารล้วงออกมากลับเป็นนกหวีดสีดำ ซึ่งทำจากหยกทั้งแท่ง

เขาเป่าหวีดยาวเป็นจังหวะสามครา เสียงแหลมเล็กดังกังวาน บัดนี้ผู้คนล้วนหลบไปอยู่ในชายคาหมดแล้ว คนมักกลัวการจับกุมของทางกรมเมืองเสมอ

ที่โรงเตี๊ยมเยี่ยไหล เมื่อหัวหน้ากองได้ยินเสียงหวีด เขาละมือจากชายเล่านิทานผู้นั้น เสียงหวีดสามคราจากหยกดำ เป็นรหัสลับของกรมเมือง แปลว่าสถาณการณ์ตกอยู่ในอันตรายสูงสุด เป็นระดับภัยพิบัติบ้านเมือง

เขาทราบว่า ที่ชายเล่านิทานพูดเป็นเรื่องจริง เขาไม่อาจรับมือกับยอดฝีมือเช่นนั้นได้

เขาล้วงนกหวีดออกมาอีกเช่นกัน เป็นนกหวีดที่ต่างออกไป หวีดนี้ไม่ใช่หยก แค่ทำจากก้านไม้ไผ่

เขาเป่าหวีดยาวคราเดียว เสียงหวีดนี้กลับกังวานกว่าหวีดคราก่อนหลายร้อยเท่า หากจะเป่าก้านไม้ไผ่ให้ดังได้ในระดับนี้ คงจะต้องใช้กำลังภายในมหาศาลทีเดียว

หวีดครานี้ยาวนานเท่าชั่วน้ำเดือด เสียงมันหวีดแหลมระคายหู จนทุกคนต้องอุดหูเอาไว้ นกกาล้วนแตกตื่น เด็กเล็กร้องไห้ ใบไม้สั่นไหว หากหวีดนี้จะเรียกใคร ผู้นั้นคงต้องเป็นบุคคลระดับสะเทือนฟ้าดิน

บุคคลระดับ มือปราบสายเดี่ยว!!

โต๊วหยั่งซิง ฉายามือปราบสายเดี่ยว ผู้เคยคลุกคลีในวงนักเลงจะทราบดี เดิมฉายาเขาคืออำมหิตหมื่นลี้ ศิษย์คนสุดท้ายของผู้เฒ่าหมื่นลี้ ผู้มีอุดมการณ์จะขจัดภัยสังคมให้หมดสิ้น จึงผันตัวจากจอมยุทธ์สันโดษมาร่วมกับทางกรมเมือง ณ เวลานี้ ไม่มีใครไม่รู้จักฉายาของเขา ผู้ซึ่งลุยเดี่ยวทลายแก๊งโจรปล้นสดมภ์มานับไม่ถ้วน

แต่ด้วยนิสัยรักสันโดษ ซึ่งเป็นธรรมดาชองชาวยุทธ์ เขาจึงไม่ประจำ ณ ที่ใดทั้งสิ้น หากอยู่ในนครหลวง เพียงเป่าหวีดไม้ไผ่ สิ้นเสียงนกหวีด เขาจะปรากฏตัวทันที

บัดนี้ สิ้นเสียงนกหวีดแล้ว

เขาหาปรากฎตัวไม่.... ใช่แล้ว ที่มาของฉายามือปราบสายเดี่ยวของเขา คือ เขาสายประจำ

เขาไม่เคยตรงต่อเวลาเลย เดิมทีเขาเป็นมือปราบฉายเดี่ยว แต่ด้วยความผิดเวลาของเขา ผุ้คนจึงขนานนามเป็นมือปราบสายเดี่ยว .....สายอยู่คนเดียว ประจำ

สิ้นเสียงนกหวีดครั้งหลัง เจไดเห็นมิมีใดผิดปรกติ เขาเก็บอาวุธ แล้วมุ่งหน้าต่อไปยังวังหลวง

ทหารนายนั้น บอบช้ำภายในอย่างหนัก มิอาจตามเจไดไปได้

เจไดผู้นั้น ก้าวย่างไปอย่างมั่นคง สัมผัสถึงพลังรอบด้าน

เขาไม่รู้ทาง เขาให้พลังนำทางเขาไป

ตอนนี้ เขาหลงทาง......

เขาเดินตามที่พลังชี้นำมาสองชั่วยามแล้ว แต่หาได้ออกจากตลาดสดแห่งนี้ไม่ อาจเป็นเพราะกลิ่นของตลาดสด ทำให้การสัมผัสถึงพลังของเขาอ่อนด้อยลง

ในตลาดสด ย่อมไม่มีใครแยแสใคร นอกจากผู้มาซื้อขายแล้ว คนอื่นล้วนเป็นก้อนหิน เจไดผู้นี้ทั้งถูกเดินชน ถ่มน้ำลายใส่ ยามที่เขานั่งพัก บางคนถึงกับใช้ตักเขาเป็นที่วางของ

เขาไม่เคยถูกปฏิบัติอย่างไร้เกียรติเช่นนี้เลย ศักดิ์ศรีของเจได บัดนี้ถูกใช้เป็นที่วางของเท่านั้น

แต่เจไดไม่เคยมีโทสะจริต จิตเขาตั้งมั่นอยู่ในสมาธิ สัมผัสถึงพลัง แม้ว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนั้นก็ตาม

เมื่อเกิดสมาธิ เขาจึงเกิดปัญญา

เขาพบทางออกจากตลาดสดแห่งนี้แล้ว มิใช่ด้วยการสัมผัสของพลังที่แก่กล้าขึ้น แต่ด้วยการถามทาง....

ตาแก่หลังค่อมผู้หนึ่งอาสานำทางให้เขา เขาเสียเวลามาสองชั่วยามแล้ว จึงสมควรแก่เวลาที่จะถามทางได้แล้ว แต่ถึงอย่างไร เขายังเชื่อมั่นในพลังอยู่

ตาแก่หลังค่อม นำเขาเข้าไปซอยขายปลา ทะลุหลังร้านหมี่เกี๊ยว ลงท่อระบายน้ำ โผล่ขึ้นมาใต้สะพาน แล้วเดินเรียบคลองไปจนถึงทุ่งนาแห่งหนึ่ง แล้วพลันบอกเขาว่า

"บัดนี้ เจ้าจึงถือว่าพ้นเขตของตลาดสดนั้นแล้ว"

เอ่ยเพียงแค่นี้ ตาแก่หลังค่อมก็เดินจากไป ในทางที่เขาเดินมา

เขามิเคยคิดมาก่อนเลยว่า ตลาดที่ซับซ้อนเช่นนี้เขาเดินหลงเข้าไปได้อย่างไร หากเขาไม่ได้ชายแก่ผู้นั้น ท่าทางคงจะต้องติดอยู่ในตลาดนั้นชั่วชีวิต

เขาลอบเสียใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังมิได้เอ่ยคำขอบคุณ

เขามองไปรอบๆ สถานที่นี้นับว่าต่างกับตลาดสดอย่างสิ้นเชิง

ณ ที่นี้ ไม่มีผู้คน ไม่มีกลิ่นคาว มีแต่ทุ่งนา ภูเขา และคลองเส้นเล็กๆ เมื่อเทียบกับตลาดสดแล้ว นับว่าให้อารมณ์ปลอดโปร่งกว่ามาก

"ว่าแต่..... ที่นี่มันที่ไหนกัน"

.....

.......

จบ ตอนที่สอง

ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน

ตอนต่อไป พบกับการปรากฏตัวของมือปราบสายเดี่ยว เจไดหน้าเก่า และ เทพธิดาพยากรณ์

พร้อมฉากบู๊อลังการ การต่อสู้เพื่อนำพลังคืนสู่สมดุล กับการคิดการใหญ่ของกบฏผ้าคาดแดง

อย่าพลาด!!! ถ้าพลาด แล้วจะเสียใจ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

คิดแล้วมิผิด...
มันสนุกจริง ๆ ด้วย
อย่างนี้ตอนหน้าจะพลาดได้ไง เหอ...เหอ ^O^
ภาคหน้ามีนังเทพธิดาพญามารด้วยเว้ย
ตลาดสดหรือเขาวงกตวะนั่น แม่งหลอนโครต
หลงแบบสุดๆไปเลย

ภาคหน้ามาไวๆ เหอะๆๆ รออ่านอย่างแรง
ว่าแต่ขยันแต่งซะนะ เผื่อจะได้รุ่งเรืองเป็นนักเขียน

#2 By ณัฐ on 2005-05-02 15:41

1900-1900-69

คิดนานมั้ยคับพี่..

#3 By - assassin - on 2005-05-02 19:34

เวงๆๆ อีมือปรายสายเดี่ยวมาช้าจิงอ่ะ
มาตอน3โน่นอ่ะ โห่เซง
.
.
ภาคหน้ามีเทพธิดาพยากรณ์ซะงั้น กร๊ากๆๆๆๆ
มันหน้าแก่แล้วทำเสร่อสวยเหมือนในทีวีป่ะ
สวมไอ้นั่นด้วยป่าววะ
ว๊ากกกกกกก
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ ขำเฟ้ย
คิดได้งัยเนี่ย

#6 By yerenemy on 2005-05-03 00:54

แน่จริงมึงอย่ามาสปอยล์เด้